ทำไมเผาอ้อยแทนการใช้รถตัดอ้อยจึงผิดกฎหมาย (3)

ทำไมเผาอ้อยแทนการใช้รถตัดอ้อยจึงผิดกฎหมาย

ทำไมเผาอ้อยแทนการใช้รถตัดอ้อยจึงผิดกฎหมาย เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ยังใช้การเผาอ้อยแทนการใช้รถตัดอ้อย บางอาจจะยังไม่รู้ว่าการเผาอ้อยก่ออันตรายต่อสภาพแวดล้อมในบริเวณใกล้เคียง และยังส่งผลกระทบต่อการเกิดสภาวะโลกร้อน และยังผิดกฎหมายอีกด้วย วันนี้แอดมินจึงนำสาระความรู้เกี่ยวกับการเผาอ้อยมาฝากกันค่ะ 

ทำไมเผาอ้อยแทนการใช้รถตัดอ้อยจึงผิดกฎหมาย (1)

ในปัจจุบันบางพื้นที่ยังใช้การเผาอ้อยแทนการใช้รถตัดอ้อยอยู่ ซึ่งเกษตรกรชาวไร่อ้อยในบางพื้นที่อาจจะยังไม่รู้ถึงโทษที่มาจากการเผาอ้อย จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย

  • อันตรายที่มาจากการเผาอ้อยแทนการใช้รถตัดอ้อย

1.ฝุ่นละออง ในการเผาไหม้ทุกชนิดเกิดฝุ่นละอองทั้งสิ้น ซึ่งฝุ่นละอองมีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง ดวงตา อาจะทำให้เกิดการระคายเคือง

2.ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ แน่นอนว่าการเผาไหม้ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 100% ซึ่งก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ส่งผลกระทบทำให้เกิดสภาวะโลกร้อนอย่างที่ทุกคนทราบ

3.สารฟอร์มาดิไฮด์ สารตัวนี้ก่อให้เกิดการระคายเคืองในทางเดินหายใจ ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง

4.สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สารประเภทนี้ทำให้หัวใจเต้นเร็ว แน่นหน้าอก อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

5.สารคาร์บอนมอนอกไซด์ สารตัวนี้มีผลต่อออกซิเจนในร่างกาย ทำให้เกิดอาการ วิงเวียนศรีษะ อาเจียน

  • เผาอ้อยแทนการใช้รถตัดอ้อย ผิดกฎหมายจริงหรอ ?

การเผาอ้อยเป็นการทำผิด มาตรา 25 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 การกระทำใด ๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้บั่นทอนหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท รัฐบาลจึงแนะนำให้หันมาใช้รถตัดอ้อยแทนการเผา

ทำไมเผาอ้อยแทนการใช้รถตัดอ้อยจึงผิดกฎหมาย (1)
  • ห้ามให้เผาอ้อยแล้วควรใช้อะไรในการตัดอ้อยแทน

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมาช่วยภาคเกษตรอย่างมากมาย รวมไปถึงในการตัดอ้อย ก็มีเครื่องจักร เช่น รถตัดอ้อย รถคีบอ้อย เข้ามามีส่วนร่วมในการเก็บเกี่ยวอ้อย ซึ่งการใช้รถตัดอ้อยมีข้อดีมากมาย เพราะนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดก๊าาซเสียต่าง ๆ แล้ว ยังช่วยย่นระยะการทำงานลงอีกด้วย 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาระความรู้ที่แอดมินนำเอามาฝากในวันนี้ น่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้ในการเก็บเกี่ยวอ้อย หรือเป็นความรู้ใหม่สำหรับผู้ที่ไม่เคยรู้มาก่อน

แต่ถ้าหากคุณเป็นเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่อยากเปลี่ยนวิธีการเก็บเกี่ยวจากการเผามาใช้รถตัดอ้อยแทน Thai-A เราเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรถตัดอ้อยราคาโรงงาน อีกทั้งยังจำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตรอื่น ๆ เช่น รถคีบอ้อย รถคีบอเนกประสงค์ หรือหากต้องการคำปรึกษาเรามีทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์มากกว่า 50 ปี คอยให้คำแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Thai-A-banner-ติดต่อ
Read More
ทำไมต้องมีโรงเรือนเก็บรถตัดอ้อย (1)

ทำไมต้องมีโรงเรือนเก็บรถตัดอ้อย

ทำไมต้องมีโรงเรือนเก็บรถตัดอ้อย การปลูกอ้อยในปัจจุบันแตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ ดังเช่น รถตัดอ้อยเข้ามาช่วยงานในไร่อ้อยให้ทำงานได้ตามตารางกิจกรรมอ้อยในแต่ละฤดูกาล รถตัดอ้อยของชาวไร่เหล่านี้ เป็นทรัพย์สินที่ชาวไร่ได้ลงทุน เพื่อซื้อมาช่วยงานในไร่ และยังสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจรับเหมาแก่ชาวไร่รายอื่น ๆ ที่ยังไม่พร้อมเรื่องรถตัดอ้อยได้อีกด้วย ซึ่งรถตัดอ้อยเปรียบเสมือนสมาชิกสำคัญในไร่ ดังนั้นการสร้างที่อยู่อาศัย หรือที่จัดเก็บรถตัดอ้อยเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะรถตัดอ้อยที่ใช้ทั้งในการปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต ต้องพร้อมใช้งานเสมอ และได้รับการดูแลรักษาความสะอาดหลังใช้งานเป็นประจำอีกด้วย

ทำไมต้องมีโรงเรือนเก็บรถตัดอ้อย

ลักษณะที่ดีของโรงเรือนเก็บรถตัดอ้อย

  • โรงเรือนที่เก็บรถตัดอ้อยต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง มีหลังคากันแดด กันฝน กันลมแรงได้
  • ภายในโรงเรือนที่เก็บรถตัดอ้อยต้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
  • ภายในโรงเรือนที่เก็บรถตัดอ้อยต้องมีแสงสว่างเพียงพอ
  • โรงเรือนของรถตัดอ้อยจะต้องมีทางระบายน้ำที่สะดวก
  • มีสถานที่เก็บรถตัดอ้อยป็นสัดส่วน สะดวกในการปฏิบัติงาน มีเครื่องมือและอุปกรณ์เพียงพอ รถตัดอ้อยสามารถเข้าออกได้สะดวก
  • โรงเรือนรถตัดอ้อยมีการซ่อมบำรุงให้ใช้ประโยชน์ได้ดีเสมอ และมีความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน
ทำไมต้องมีโรงเรือนเก็บรถตัดอ้อย

จากบทความเรื่อง ทำไมต้องมีโรงเรือนเก็บรถตัดอ้อย ซึ่งจะสามารถช่วยให้ชาวไร่อ้อยเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานและจัดเก็บรถตัดอ้อยได้อย่างถูกวิธี ทั้งนี้หากชาวไร่อ้อยไม่มีโรงเรือนที่ชัดเจน ควรแบ่งโซนสำหรับเก็บรถตัดอ้อยอย่างเป็นสัดส่วน ที่สำคัญต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดรถตัดอ้อยอยู่เสมอ ไม่ให้เกิดสนิมหรือชำรุด พร้อมใช้งานตลอดเวลา ถ้าหากสนใจจะซื้อรถตัดอ้อยที่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา Thai-A เราเป็นโรงงานรถตัดอ้อยที่น่าเชื่อถือ และรับผลิตรถตัดอ้อยที่มีประสิทธิภาพ มีผลงานต่าง ๆ การันตีคุณภาพ แล้วยังเป็นศูนย์รวมเครื่องจักรกลการเกษตร อะไหล่ทางการเกษตร โดยเราเป็นตัวเเทนผู้ผลิตและจำหน่ายรถตัดอ้อย รถคีบไม้ รถคีบอเนกประสงค์ หัวคีบอ้อย อะไหล่รถเกี่ยวข้าว และยังมีผู้เชี่ยวชาญในด้านเครื่องจักรกล

บทความที่เกี่ยวข้อง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

Email : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Thai-A-banner-ติดต่อ
Read More
จัดการใบอ้อยหลังจากการใช้รถตัดอ้อย (3)

จัดการใบอ้อยหลังจากการใช้รถตัดอ้อย

จัดการใบอ้อยหลังจากการใช้รถตัดอ้อย หลาย ๆ ท่านที่เป็นเกษตรกรชาวไร่อ้อยกังวลกับปัญหาที่หลังจากใช้รถตัดอ้อยตัดอ้อยแล้วจะจัดการกับใบอ้อยอย่างไร ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้แอดมินมีคำตอบมาให้แล้ว จะน่าสนใจแค่ไหนตามแอดมินมาดูกันเลยค่ะ

จัดการใบอ้อยหลังจากการใช้รถตัดอ้อย
  • การลดขนาดวัสดุเหลือทิ้งจากไร่อ้อย

วัสดุเหลือทิ้งในไร่อ้อยหลังการเก็บเกี่ยวโดยรถตัดอ้อย ได้แก่ ยอดและใบอ้อยที่มีความหนาแน่นต่ำ และมีขนาดที่ไม่เหมาะสมต่อการนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง เพราะหลังการเก็บเกี่ยวโดยรถตัดอ้อยขนาดจะมีผลกระทบต่ออัตราการระบายความร้อน และความต้องการอากาศเพิ่มขึ้นของหม้อไอน้ำ ฉะนั้นประสิทธิภาพการเผาไหม้ของหม้อไอน้ำ จึงขึ้นอยู่กับขนาดของวัสดุเชื้อเพลิงที่ได้จากรถตัดอ้อย ถ้าวัสดุที่ใช้เผาไหม้มีขนาดที่เหมาะสมแล้ว จะทำให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ใบอ้อยหลังการเก็บเกี่ยวโดยรถตัดอ้อย เป็นวัสดุชีวมวลที่มีความหนาแน่นต่ำ เมื่อได้รับความร้อนจะเกิดการลุกไหม้อย่างรวดเร็ว การนำใบอ้อยหลังการเก็บเกี่ยวโดยรถตัดอ้อย ที่มาทำการผ่านการสับย่อยมาอัดเม็ดจะเป็นการเพิ่มความหนาแน่นของวัสดุให้มากขึ้น ทำให้ได้ปริมาณของเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นและสะดวกต่อการนำไปใช้เป็นวัตถุดิบเชื้อเพลิงด้วย

จัดการใบอ้อยหลังจากการใช้รถตัดอ้อย
  • ใบอ้อยหลังการเก็บเกี่ยว

ใบอ้อยที่ถูกเก็บเกี่ยวโดยรถตัดอ้อยแล้ว ถ้าจะจัดการเก็บและขนส่ง ต้องมีการนำวัสดุมาขึ้นรูป โดยการอัดเป็นเม็ดหรือแท่ง เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและลดความชื้นของวัสดุ ช่วยให้ง่ายต่อการควบคุมปริมาณน้ำหนัก และขนาดให้มีความสม่ำเสมอ ขนาดอนุภาคที่ได้หลังการสับย่อยจากรถตัดอ้อยมีขนาดที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้งานจึงมีความสำคัญ สำหรับเป็นแนวทางในการนำเศษวัสดุเหลือใช้จากรถตัดอ้อยมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานไฟฟ้า ช่วยสร้างงานเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร และลดการเผาใบอ้อยและยอดอ้อยหลังการเก็บเกี่ยวโดยรถตัดอ้อย จึงต้องมีการนำใบอ้อยหลังการเก็บเกี่ยวมาสับย่อยอีกที

เป็นอย่างไรบ้างคะ สาระความรู้ที่แอดมินนำเอามาฝากในวันนี้ แอดมินคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับท่านที่กำลังงหาข้อมูลในเรื่องของการกำจัดใบอ้อยอยู่แน่นอน หรือหากท่านใดกำลังมองหา รถตัดอ้อย รถคีบไม้ เครื่องจักรกลทางการเกษตร Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตรถตัดอ้อย บริษัทจำหน่ายรถตัดอ้อยรายใหญ่ในประเทศไทย ที่ได้มาตรฐานระดับโลก การันตีโดยทีมงานผลิตรถตัดอ้อยที่มีประสบการณ์มากกว่า 50 ปี

บทความที่เกี่ยวข้อง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

Email : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Thai-A-banner-ติดต่อ
Read More
จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงานของรถตัดอ้อย (3)

จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงานของรถตัดอ้อย

จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงานของรถตัดอ้อย รถตัดอ้อยมีความสามารถในการทำงานตัดอ้อยเฉลี่ย 100-300 ตันต่อวัน รถตัดอ้อยสามารถช่วยทดแทนแรงงานคนที่นับวันจะหายากขึ้นเรื่อย ๆ และรถตัดอ้อยช่วยลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการแรงงานคนได้อีกมาก ทำให้ชาวไร่อ้อยสามารถกำหนดเป้าหมายและวางแผนการตัดอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับแรงงานคน แต่รถตัดอ้อยยังจำเป็นต้องมีการวางแผนการจัดการที่ดี เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถตัดอ้อย จึงจำเป็นต้องจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงานของรถตัดอ้อย ดังนี้

จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงานของรถตัดอ้อย
  1. ขนาดของแปลงอ้อย หากว่ามีขนาดเล็กเกินไป จะทำให้รถตัดอ้อยทำงานไม่สะดวกเพราะต้องย้ายแปลงบ่อย ๆ ต้องเสียเวลา แปลงทุกแปลงควรมีความยาวของแถวอ้อย มากกว่า 250 เมตร เพื่อลดการกลับรถตัดอ้อยบ่อยครั้ง แล้วยังประหยัดเวลาและพลังงาน
  2. ถนนหัวแปลงและท้ายแปลง ควรมีความกว้างอย่างน้อย 6 เมตร มีระดับความสูงเท่ากันกับแปลงอ้อย มีความราบเรียบสม่ำเสมอ เพื่อความสะดวกในการกลับรถตัดอ้อย ลดการเหยียบย่ำอ้อยในแปลง ระยะระหว่างแถวอ้อยที่เหมาะสมที่สุดคือ 1.85 เมตร หากเป็นร่องอ้อยที่แคบกว่านี้ รถตัดอ้อยจะสามารถตัดอ้อยได้ แต่จะเกิดความเสียหายจากยางหลังที่เหยียบย่ำอ้อยในแถวถัดไปที่ยังไม่ได้ตัด ทำให้อ้อยแตกหักเสียหายและไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้หรือเก็บเกี่ยวได้ แต่มีการสูญเสียเรื่องน้ำหนักอ้อย
  3. ความเหมาะสมของรูปร่างเบด เพื่อให้รถตัดอ้อยสามารถตัดอ้อยได้ชิดติดดิน และทำให้หน่อของอ้อยตอเกิดจากใต้ดิน รูปร่างของเบดควรจะต้องมีลักษณะโค้งมนหรือสันเหลี่ยมก็ได้ มีความสูงประมาณ 15 เซนติเมตร ไม่มีหลุมบ่อที่จะทำให้อ้อยตกค้างในแปลงแต่ละร่อง จะทำให้รถตัดอ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยได้ดีที่สุด ควรมีการปรับระดับพื้นที่เพื่อให้มีการระบายน้ำในแปลงได้ดี ป้องกันปัญหาอ้อยงอกไม่สม่ำเสมอและลดความเสี่ยงของรถตัดอ้อยติดหล่ม
  4. การจัดโซนนิ่งอ้อยของรถตัดอ้อย โดยปรับให้แปลงอ้อยที่อยู่ติดกัน มีระยะร่องรองรับรถตัดอ้อย เพื่อให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุด ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้รถตัดอ้อยได้เช่นกัน
จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงานของรถตัดอ้อย

จากบทความเรื่อง จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงานของรถตัดอ้อย ซึ่งจะสามารถช่วยให้ชาวไร่อ้อยทำการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมและเอื้อต่อการทำงานของรถตัดอ้อย ซึ่งการจัดสภาพแวดล้อมให้พร้อมก่อนที่จะใช้งานรถตัดอ้อย จะทำให้รถตัดอ้อยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลดีมากกว่าการไม่จัดสภาพแวดล้อม ถ้าหากสนใจจะซื้อรถตัดอ้อยที่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา Thai-A เราเป็นโรงงานรถตัดอ้อยที่น่าเชื่อถือ และรับผลิตรถตัดอ้อยที่มีประสิทธิภาพ มีผลงานต่าง ๆ การันตีคุณภาพ แล้วยังเป็นศูนย์รวมเครื่องจักรกลการเกษตร อะไหล่ทางการเกษตร โดยเราเป็นตัวเเทนผู้ผลิตและจำหน่ายรถตัดอ้อย รถคีบไม้ รถคีบอเนกประสงค์ หัวคีบอ้อย อะไหล่รถเกี่ยวข้าว และยังมีผู้เชี่ยวชาญในด้านเครื่องจักรกล

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร :  02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Thai-A-banner-ติดต่อ
Read More
ก่อนจะใช้งานรถตัดอ้อยต้องให้น้ำอ้อยอย่างเหมาะสม (5)

ก่อนจะใช้รถตัดอ้อยต้องให้น้ำอ้อยอย่างเหมาะสม

ก่อนจะใช้รถตัดอ้อยต้องให้น้ำอ้อยอย่างเหมาะสม รถตัดอ้อยเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือเกษตรที่สำคัญในไร่อ้อยสมัยใหม่ ด้วยประสิทธิภาพรถตัดอ้อยที่เก็บเกี่ยวอ้อยได้รวดเร็ว ทันใจ ลดการใช้แรงงานและลดเวลาทำงานในไร่ ดังนั้น เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของรถตัดอ้อย ชาวไร่อ้อยต้องวางแผนเตรียมแปลงให้ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับการทำงานของรถตัดอ้อย แต่อ้อยก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยน้ำ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ในแต่ละช่วงวัยการเจริญเติบโตของอ้อย ก็ต้องพึ่งพาน้ำในการเติบโตเป็นอ้อยที่สมบูรณ์แข็งแรงให้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วยพร้อมที่จะตัดโดยรถตัดอ้อย การให้น้ำอ้อยควรให้น้ำในปริมาณที่เหมาะสมและถูกช่วงเวลา วันนี้แอดมินจะมาพูดถึงการให้น้ำอ้อยอย่างเหมาะสมกันค่ะ

ก่อนจะใช้งานรถตัดอ้อยต้องให้น้ำอ้อยอย่างเหมาะสม

ระยะที่ 1 หรือระยะตั้งตัว ซึ่งเป็นระยะอ้อยเริ่มงอก อายุอ้อย 2-3 สัปดาห์ กินเวลาประมาณ 30 วัน ระยะนี้เป็นช่วงที่อ้อยเริ่มงอกจนมีใบ และเป็นต้นอ่อน ความต้องการน้ำจะยังไม่มากนัก เพราะรากอ้อยยังสั้น และการคายน้ำยังมีน้อย ความต้องการน้ำระยะนี้จะอยู่ที่ 4 มิลลิเมตรต่อวัน รวมแล้วต้องใช้น้ำ 120 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระยะแรกเริ่มก่อนการเก็บเกี่ยวโดยรถตัดอ้อย

ระยะที่ 2 หรือระยะเติบโตทางลำต้น ซึ่งเป็นระยะที่อ้อยแตกกอก่อนการเก็บเกี่ยวโดยรถตัดอ้อยอายุอ้อย 3-4 เดือน กินเวลา 140 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญต่อการเก็บเกี่ยวโดยรถตัดอ้อย เพราอ้อยในช่วงนี้กำลังแตกกอ และสร้างปล้อง รากอ้อยเริ่มแผ่กระจายทั้งแนวราบ และแนวลึก จึงเป็นช่วงที่อ้อยต้องการน้ำมากและบ่อยครั้ง หากได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ปริมาณลำต่อกอจะมีจำนวนมาก ปล้องจะยาว และผลผลิตสูง ทำให้การเก็บเกี่ยวโดยรถตัดอ้อยเสร็จสมบูรณ์ ระยะนี้อ้อยจะต้องการน้ำ 4.5 มิลลิเมตรต่อวัน รวมแล้วต้องใช้น้ำ 630 มิลลิเมตร

ก่อนจะใช้งานรถตัดอ้อยต้องให้น้ำอ้อยอย่างเหมาะสม

ระยะที่ 3 หรือระยะสร้างน้ำตาล อายุอ้อย 7-8 เดือน กินเวลา 125 วัน ระยะนี้เป็นช่วงที่ให้น้ำเฉพาะอ้อยที่เริ่มแสดงอาการขาดน้ำเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องให้น้ำบ่อย เพราะพื้นที่ใบอ้อยที่ใช้ประโยชน์จะน้อยลง และอ้อยมีการคายน้ำน้อยลง รวมถึงตอบสนองต่อแสงแดดน้อยลง ระยะนี้ความต้องการน้ำจะอยู่ที่ 5 มิลลิเมตรต่อวัน รวมความต้องการน้ำ 625 มิลลิเมตร

ระยะที่ 4 หรือระยะสุกแก่ กินเวลาประมาณ 35 วัน เป็นช่วงที่อ้อยเติบโตน้อยลง และกำลังสะสมน้ำตาล ความต้องการน้ำ 4 มิลลิเมตรต่อวัน รวมความต้องการน้ำ 140 มิลลิเมตร เป็นระยะที่พร้อมต่อการเก็บเกี่ยวโดยรถตัดอ้อย

ก่อนจะใช้งานรถตัดอ้อยต้องให้น้ำอ้อยอย่างเหมาะสม

จากบทความเรื่อง ก่อนจะใช้รถตัดอ้อยต้องให้น้ำอ้อยอย่างเหมาะสม ซึ่งจะสามารถช่วยให้ชาวไร่อ้อยให้น้ำอ้อยได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวอ้อยโดยรถตัดอ้อย ก็ จะทำให้รถตัดอ้อยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลผลิตมากมาย ได้อ้อยที่มีคุณภาพ สร้างยอดขายได้อย่างสูงสุด ถ้าหากสนใจจะซื้อรถตัดอ้อยที่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา Thai-A เราเป็นโรงงานรถตัดอ้อยที่น่าเชื่อถือ และรับผลิตรถตัดอ้อยที่มีประสิทธิภาพ มีผลงานต่าง ๆ การันตีคุณภาพ แล้วยังเป็นศูนย์รวมเครื่องจักรกลการเกษตร อะไหล่ทางการเกษตร โดยเราเป็นตัวเเทนผู้ผลิตและจำหน่ายรถตัดอ้อย รถคีบไม้ รถคีบอเนกประสงค์ หัวคีบอ้อย อะไหล่รถเกี่ยวข้าว และยังมีผู้เชี่ยวชาญในด้านเครื่องจักรกล

บทความที่เกี่ยวข้อง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

Email : webmaster@taecgroup.com

Facebook :thaiagency

Line ID : @thaiagency

Thai-A-banner-ติดต่อ
Read More
เลือกพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับพื้นที่และรถตัดอ้อยอย่างถูกวิธี

เลือกพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับพื้นที่และรถตัดอ้อยอย่างถูกวิธี

เลือกพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับพื้นที่และรถตัดอ้อยอย่างถูกวิธี การผลิตขยายอ้อยพันธุ์ดีให้มีประสิทธิภาพที่สามารถให้ผลผลิตได้อย่างเต็มศักยภาพนั้น ปัจจัยแรกที่สำคัญที่สุดคือการเลือกใช้พันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับพื้นที่และรถตัดอ้อย ซึ่งรถตัดอ้อยเป็นอีกหนึ่งเครื่องจักรกลการเกษตรที่ทันสมัย เนื่องจากสามารถทุ่นแรงงานคนได้ รถตัดอ้อยช่วยลดต้นทุนในการตัดอ้อยและผลิตน้ำตาลได้อย่างมากมาย อีกทั้งรถตัดอ้อยยังสามารถลดฝุ่นควันจากการเผาไหม้ใบอ้อยที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 และเขม่าควันไฟที่สามารถทำลายสุขภาพของมนุษย์และทำลายคุณภาพอากาศอีกด้วย วันนี้แอดมินจะแนะนำการเลือกพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับพื้นที่และรถตัดอ้อยอย่างถูกวิธี

เลือกพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับพื้นที่และรถตัดอ้อยอย่างถูกวิธี

หลักการของการคัดเลือกพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับพื้นที่และรถตัดอ้อย ดังนี้

  1. ต้องเลือกเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง มีคุณภาพ เหมาะสมกับรถตัดอ้อย และมีความหวานสูง ซึ่งโดยควรมีค่าซีซีเอส. สูงกว่า 12
  2. เป็นพันธุ์อ้อยที่มีความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูอ้อยที่สำคัญ โดยเชื่อมโยงกับแหล่งปลูกอ้อยและรถตัดอ้อย กล่าวคือในพื้นที่ใดที่มีโรคและแมลงศัตรูอ้อยชนิดใด พันธุ์อ้อยที่ควรเลือกใช้ในพื้นที่นั้น ๆ ก็ควรเป็นพันธุ์อ้อยที่เหมาะสมกับรถตัดอ้อยและต้านทานต่อโรค แมลงศัตรูอ้อย เช่น การต้านทานต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง โรคแส้ดำ การเข้า ทำลายของหนอนกออ้อย เป็นต้น
  3. สอดคล้องกับพฤติกรรม ความชอบ และวิธีการปฏิบัติในการปลูกและดูแลรักษาอ้อยของเกษตรกรแต่ละรายในแต่ละพื้นที่รวมทั้งความพร้อมของรถตัดอ้อยด้วย
  4. เลือกพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับสภาพดินในพื้นที่ปลูกอ้อยของแต่ละท้องถิ่น และนำรถตัดอ้อยไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามสภาพดิน วิธีการให้น้ำ เป็นต้น เพื่อให้อ้อยสามารถแสดงศักยภาพของพันธุ์อ้อยในการให้ผลผลิต และคุณภาพอ้อยได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวด้วยรถตัดอ้อยอย่างราบรื่น
  5. พิจารณาความสามารถในการไว้ตอของอ้อยและความสามารถในการเก็บเกี่ยวของรถตัดอ้อย โดยพบว่าอ้อยตอเป็นส่วนที่เป็นผลกำไรของการผลิตอ้อย ดังนั้น อ้อยที่เลือกใช้ควรเป็นพันธุ์ที่สามารถไว้ตอได้ดีและนานหลายปี เพื่อที่จะได้รับความคุ้มค่า และมีการนำรถตัดอ้อยไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในแต่ละรอบผลผลิตอ้อยอาจลดลงได้ แต่ไม่ควรเกินร้อยละ 20 ของอ้อยที่ปลูก
  6. อายุการเก็บเกี่ยวอ้อย เพราะอ้อยแต่ละสายพันธุ์มีอายุการเจริญเติบโต และการสะสมน้ำตาลที่แตกต่างกันไป จึงสำคัญที่ต้องใส่ใจเพราะมีผลต่อการใช้งานรถตัดอ้อย โดยบางพันธุ์มีการสะสมน้ำตาลเร็ว บางพันธุ์มีการสะสมน้ำตาลช้า และความยาวนานของการมีระดับการสะสมน้ำตาลในระดับสูง (ความหวาน ลดลงเร็ว หรือช้า)
  7. พันธุ์อ้อยที่มีคำแนะนำและส่งเสริมให้ปลูกในแต่ละเขตพื้นที่ เพื่อสามารถใช้รถตัดอ้อยในการเก็บเกี่ยวได้อย่างเต็มที่ ดังนี้
  8. พื้นที่ปลูกอ้อยในเขตภาคเหนือ ได้แก่ LK92-11, ขอนแก่น 3, K88-92, K99-72, K97-27, อู่ทอง 3 และ อู่ทอง 7 เป็นต้น
  9. พื้นที่ปลูกอ้อยในเขตภาคกลาง ได้แก่ LK92-22, ขอนแก่น 3, K88-92, K99-72, อู่ทอง 7 เป็นต้น
  10. พื้นที่ปลูกอ้อยภาคตะวันออก ได้แก่ LK92-11, ขอนแก่น 3, K88-92, K95-84, อู่ทอง 1, อู่ทอง 2, อู่ทอง 3 และอู่ทอง 7 เป็นต้น
  11. พื้นที่ปลูกอ้อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ K88-92,K95-84,K97-27, LK92-11 และขอนแก่น 3
เลือกพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับพื้นที่และรถตัดอ้อยอย่างถูกวิธี

จากบทความเรื่อง เลือกพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับพื้นที่และรถตัดอ้อยอย่างถูกวิธีซึ่งจะสามารถช่วยให้ความรู้เกษตรกรที่ในการเลือกพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับพื้นที่และรถตัดอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการเลือกพันธุ์อ้อยเป็นสิ่งที่สำคัญมากในขั้นตอนการทำไร่อ้อยโดยการใช้รถตัดอ้อยนั้นช่วยอำนวยความสะดวกแก่ชาวไร่อ้อยและเพิ่มผลผลิตอีกด้วย ถ้าหากสนใจจะซื้อรถตัดอ้อยที่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา Thai-A เราเป็นโรงงานรถตัดอ้อยที่น่าเชื่อถือ และรับผลิตรถตัดอ้อยที่มีประสิทธิภาพ มีผลงานต่าง ๆ การันตีคุณภาพ แล้วยังเป็นศูนย์รวมเครื่องจักรกลการเกษตร อะไหล่ทางการเกษตร โดยเราเป็นตัวเเทนผู้ผลิตและจำหน่ายรถตัดอ้อย รถคีบไม้ รถคีบอเนกประสงค์ หัวคีบอ้อย อะไหล่รถเกี่ยวข้าว และยังมีผู้เชี่ยวชาญในด้านเครื่องจักรกลการเกษตรที่พร้อมให้คำปรึกษาทุกท่าน เพื่อให้ใช้งานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้แก่ท่านได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

Email : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Thai-A-banner-ติดต่อ
Read More
ข้อแนะนำระหว่างการใช้งานและก่อนใช้งานรถตัดอ้อย (3)

ข้อแนะนำระหว่างการใช้งานและก่อนใช้งานรถตัดอ้อย

ข้อแนะนำระหว่างการใช้งานและก่อนใช้งานรถตัดอ้อย ก่อนเริ่มต้นใช้งานผู้ใช้งานควรที่ต้องศึกษาเกี่ยวกับรถตัดอ้อย เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานต่อตนเอง และต่อผู้ร่วมงาน ดังนั้นวันนี้แอดมินจึงได้นะสาระความรู้ในเรื่องของรถตัดอ้อยเกี่ยวกับข้อแนะนำก่อนเริ่มต้นใช้งานมาฝาก จะน่าสนใจแค่ไหนตามแอดมินมาดูกันเลยค่ะ

ข้อควรรู้ก่อนการใช้งานรถตัดอ้อย

1. ทำความรู้จักกับอุปกรณ์รถตัดอ้อยและข้อจำกัดต่าง ๆ

2. ปฏิบัติตามข้อความคำเตือนของรถตัดอ้อย

3. อย่าขับรถตัดอ้อยขณะมึนเมาหรือง่วง

 4. ขณะใช้รถตัดอ้อยต้องแต่งตัวรัดกุม

 5. อย่าให้ผู้ที่ขับรถตัดอ้อยไม่เป็นขับแต่ผู้เดียวโดยลำพัง ต้องฝึกฝนให้ขับรถตัดอ้อยป็นและมีความชำนาญเสียก่อน

 6. ตรวจเช็คความสึกหรอของคันเร่งและระบบต่าง ๆ ในรถตัดอ้อย

 7. หมั่นทำความสะอาด เศษผง ใบอ้อย จารบี คราบน้ำมัน และเวลาเติมน้้ำมันห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด 

การใช้งานรถตัดอ้อย

1. ผลักตัวควบคุมให้อยู่ในตำแหน่งไม่ทำงาน

 2. เร่งคันเร่งมือ

 3. บิดกุญแจสตาร์ทตำแหน่งเปิด 

4. ตรวจวัดระดับน้ำระบายความร้อน

 5. ทำความสะอาดตะแกรงหน้าหม้อน้ำ

6. ตรวจเช็คทำความสะอาดไส้กรองอากาศ (ตัวนอก)

7. ตรวจเช็คตัวดักฝุ่นที่กรองอากาศในถ้วยพลาสติกตัวบนและหมั่นทำความสะอาดทุกวันและบีบท่อยางฝุ่นเพื่อให้ฝุ่นทิ้งออกไป 

8. ตรวจการทำงานของเกจวัดและไฟเตือนต่าง ๆ บนหน้าปัดรถตัดอ้อย

9. ตรวจสภาพแรงดันลมยางและสภาพยาง ลมยางที่แข็งเกินไป (ยางสึกกลางหน้ายาง) 

        – ยึดเกาะถนนไม่ดี เนื่องจากหน้ายางรถตัดอ้อยสัมผัสกับพื้นดินน้อย

        – การขับขี่รถตัดอ้อยไม่สบายเนื่องจากความสั่นสะเทือนสูง ลมยางต่ำเกินไป (ยางสึกที่ขอบยาง) 

        – ยางรถตัดอ้อยจะร้อนเนื่องจากโครงยางยืดหยุ่นตัวมากเกินไปอาจทำให้ยางกร่อนได้

        – ความสามารถในการรับน้ำหนักลากจูงลดลง

       – การยึดเกาะถนนและการลอยตัวดี 

        – ยางไม่ยืดหยุ่นตัวมากหรือน้อยเกินไปจึงทำให้ยางไม่ร่อนและไม่เสียหาย ถ้าเกิดการกระแทกแรง ๆ

10. แท่นยืนและขั้นบันได

        – กำจัดโคลนคราบน้ำมันและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่สะสมอยู่บนแท่นยืน บริเวณพื้นห้องขับและขั้นบันได 

11. ท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและท่อไฮดรอลิกส์ตรวจดูสภาพทั่วไปของท่อส่งเชื้อเพลิง และท่อไฮดรอลิคการรั่วของน้ำมัน เชื้อเพลิงในท่อ และข้อต่อเป็นอันตรายที่ทำให้เกิดการติดไฟ (และสิ้นเปลือง เชื้อเพลิง) หากความดัน หรือปริมาณของน้ำมันไฮดรอลิกส์ในท่อส่งลดลง, เป็นผลจากการรั่วไหล, อาจทำให้เสียกำลัง

12. ความสามารถในการมองเห็นจากห้องคนขับ ตรวจดูว่าหน้าต่างทุกบานสะอาด กระจกมองข้างทุกบานปรับในตำแหน่งที่เหมาะสม 

ข้อควรระวัง

1. ห้ามผู้โดยสารขึ้นบนรถตัดอ้อย 

2. อย่าขึ้น – ลงรถตัดอ้อยขณะรถตัดอ้อยกำลังวิ่งอยู่

จากสาระข้างต้นที่แอดมินนำเอามาฝาก แอดมินคิดว่าน่าจะมีประโยชน์อยู่ไม่น้อยไม่ว่าจะสำหรับท่านที่ต้องหาสาระความรู้หรือผู้ที่ใช้งานรถตัดอ้อยอยู่แล้ว หรือหากคุณต้องการสอบถามกับผู้เชี่ยวชาญในรถตัดอ้อย เครื่องจักรกลทางการเกษตรโดยตรง  Thai-A เราเป็นตัวแทนจำหน่ายและผลิตรถตัดอ้อย รถคีบอ้อย รถคีบไม้ เครื่องจักรกลทางการเกษตรอื่น ๆ อีกมากมาย เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถ ตลอดระยะเวลาทำการ 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร :  02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Thai-A-banner-ติดต่อ
Read More
ส่งเสริมชาวไร่ให้ใช้รถตัดอ้อยอย่างถูกวิธี (3)

ส่งเสริมชาวไร่ให้ใช้รถตัดอ้อยอย่างถูกวิธี

ส่งเสริมชาวไร่ให้ใช้รถตัดอ้อยอย่างถูกวิธี การทำไร่อ้อยสมัยใหม่ เน้นเรื่องการวางแผนกิจกรรมในไร่อ้อย โดยใช้รถตัดอ้อยเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำงาน เพื่อให้เกิดงานที่มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ลดเวลาในการทำงาน เพื่อให้ชาวไร่มีเวลาไปทำกิจกรรมเกษตรด้านอื่น ๆ แต่หากชาวไร่อ้อยนำรถตัดอ้อยมาใช้งานอย่างผิดวิธี ความเสียหายตามมาที่จะเกิดขึ้น มีทั้งสูญเสียวัสดุอุปกรณ์โดยใช่เหตุ เสียเงินซ่อมแซมเครื่องมือที่ชำรุดเสียหาย และที่สำคัญเสียเวลาในการทำงานอีกด้วย วันนี้แอดมินจะมาแนะนำให้ชาวไร่ให้ใช้รถตัดอ้อยอย่างถูกวิธี

ส่งเสริมชาวไร่ให้ใช้รถตัดอ้อยอย่างถูกวิธี

ความรู้เรื่องรถตัดอ้อยเบื้องต้น

สำหรับรถตัดอ้อย หากจะให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกเหนือจากความพร้อมของรถตัดอ้อยเองแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของรถบรรทุก หรือรถกล่อง และรถลำเลียงอ้อยด้วย ชาวไร่จึงควรตรวจเช็กความพร้อมของรถตัดอ้อย เช่น ตรวจเช็กระบบเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ระบบเบรก ระบบไฟฟ้า ระบบแตร และยางให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน และต้องจัดเตรียมผ้าคลุมกระบะบรรทุกอ้อย ให้คลุมได้มิดชิด ป้องกันท่อนอ้อยตกหล่นตามท้องถนน ที่สำคัญรถตัดอ้อยทุกคันต้องผ่านการตรวจสภาพ เพื่อขอสติ๊กเกอร์รับรองการตรวจสภาพรถ ป้องกันสิ่งแปลกปลอมจำพวกเศษเหล็กหลุดเข้าสู่โรงงานน้ำตาลอีกด้วย

สำหรับรถตัดอ้อยคันไหนที่ใช้รถลำเลียงอ้อย ต้องจัดเตรียมรถแทรกเตอร์ที่จะใช้ลากรถลำเลียงอ้อย โดยรถลำเลียงอ้อยขนาดบรรทุก 6 ตัน รถแทรกเตอร์ต้องมีกำลังเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า 80 แรงม้า และรถลำเลียงอ้อยขนาดบรรทุก 8 ตัน รถแทรกเตอร์ต้องมีกำลังเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า 100 แรงม้า

ส่งเสริมชาวไร่ให้ใช้รถตัดอ้อยอย่างถูกวิธี

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้รถตัดอ้อยผิดวิธี

  • ทำให้อ้อยที่ได้จากการใช้รถตัดอ้อยมาไม่ได้มาตรฐาน
  • เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อนของรถตัดอ้อย
  • เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • เสียเวลาที่ต้องกลับมาแก้ไขใหม่
  • ทำให้ผลผลิตอ้อยไม่ดีตามที่ควรจะเป็น และเสียโอกาสในการรับผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วย

หลักการพื้นฐานในการใช้งานรถตัดอ้อย ให้ถูกต้อง

  • สำรวจแปลงหรือพื้นที่ที่จะทำกิจกรรม
  • กำหนดขั้นตอนการทำงานรถตัดอ้อย
  • เตรียมรถตัดอ้อยที่ต้องใช้งานให้พร้อม
  • กำหนดผู้ตรวจสอบทั้งคุณภาพของอ้อยและคุณภาพของรถตัดอ้อย
  • กำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายในแต่ละกิจกรรม เพื่อให้ทราบต้นทุนของงานว่าเกินงบประมาณที่ตั้งไว้หรือไม่

ดังนั้น เพื่อให้การทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ และไม่เกิดความเสียหาย การเลือกใช้รถตัดอ้อยให้ถูกวิธีตามแผนงานที่กำหนดไว้ เป็นการทำไร่อ้อยที่เกิดประโยชน์สูงสุด ลดต้นทุน ลดเวลาในการทำงาน และได้งานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งถ้าหากสนใจจะซื้อรถตัดอ้อยที่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา Thai-A เราเป็นโรงงานรถตัดอ้อยที่น่าเชื่อถือ และรับผลิตรถตัดอ้อยที่มีประสิทธิภาพ มีผลงานต่าง ๆ การันตีคุณภาพ แล้วยังเป็นศูนย์รวมเครื่องจักรกลการเกษตร อะไหล่ทางการเกษตร โดยเราเป็นตัวเเทนผู้ผลิตและจำหน่ายรถตัดอ้อย รถคีบไม้ รถคีบอเนกประสงค์ หัวคีบอ้อย อะไหล่รถเกี่ยวข้าว และยังมีผู้เชี่ยวชาญในด้านเครื่องจักรกลการเกษตรที่พร้อมให้คำปรึกษาทุกท่าน เพื่อให้ใช้งานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้แก่ท่านได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

Email : webmaster@taecgroup.com

Facebook :thaiagency

Line ID : @thaiagency

Thai-A-banner-ติดต่อ
Read More
การบริหารจัดการอ้อยแปลงใหญ่ด้วยรถตัดอ้อย (4)

การบริหารจัดการอ้อยแปลงใหญ่ด้วยรถตัดอ้อย

การบริหารจัดการอ้อยแปลงใหญ่ด้วยรถตัดอ้อย การผลิตอ้อยมีหลายกิจกรรมที่ใช้แรงงานมาก และเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีนั้นจำเป็นต้องบริหารจัดการแต่ละกิจกรรมให้ทันเวลา แต่ปัจจุบันปัญหาการขาดแคลนแรงงานไร่อ้อยทวีความรุนแรงมากขึ้น หากจะบริหารจัดการในไร่อ้อยให้มีประสิทธิภาพจะใช้แต่แรงงานคนนั้นอาจไม่ทันเวลา รถตัดอ้อยจึงเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการทำงานให้ทันเวลา นอกจากนี้การใช้รถตัดอ้อยให้มีประสิทธิภาพยังทำให้ผลผลิตอ้อยเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งควรบริหารจัดการอ้อยแปลงใหญ่ด้วยรถตัดอ้อย ดังนี้

การบริหารจัดการอ้อยแปลงใหญ่ด้วยรถตัดอ้อย

1. การปรับปรุงบำรุงดิน

การเตรียมดินปลูกอ้อยใหม่ เริ่มจากกการไถระเบิดดินดานก่อนปลูก ทำให้เกิดการเปิดหน้าดินน้อยลดการสูญเสียความชื้น และเมื่อมีฝนจะทำให้น้ำไหลผ่านชั้นดินดานไปได้ดีช่วยให้ดินมีความชุ่มชื้นมากขึ้น จึงควรมีการปรับปรุงดินเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ ช่วยในอุ้มน้ำ และปลดปล่อยธาตุอาหารให้อ้อย โดยแนะนำให้ใส่น้ำวีนัส หรือกากน้ำตาล ในช่วงทำการเตรียมดิน ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะจะให้รากอ้อยได้หยั่งลึกลงไปหาน้ำและอาหาร และต้องเตรียมดินให้ละเอียดเพื่อให้เดินเก็บน้ำไว้ได้นานที่สุด

2. การเตรียมท่อนพันธุ์    

พันธุ์อ้อย ใช้พันธุ์อ้อยตามคำแนะนำของหน่วยงานภาครัฐโดยเลือกใช้พันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ และต้องเป็นพันธุ์ที่ปลอดโรค (ขอนแก่น3 สุพรรณบุรี80 LK11 KPX98-51 และ CSB06 เป็นต้น)

3. การปลูกอ้อยข้ามแล้ง        

ปลูกอ้อยโดยใช้เครื่องปลูก เพราะจะช่วยให้ท่อนพันธุ์ลงได้สม่ำเสมอ ใส่ปุ๋ยรองพื้น ควรใช้สูตรที่มีไนโตรเจนและฟอสฟอรัสสูง เพื่อเร่งรากให้แข็งแรง และเร่งการแตกหน่อ สูตร16-16-8 หรือ 18-12-6 ในดินทรายหรือดินร่วนปนทราย อัตรา 60 กก./ไร่ โดยในการปลูกควรใช้ระยะ 1.40 เมตร เพื่อให้รถตัดอ้อยเข้าไปจัดการได้ง่ายขึ้น

การบริหารจัดการอ้อยแปลงใหญ่ด้วยรถตัดอ้อย

4. บำรุงรักษา        

มีการบำรุงดินภายในไร่อ้อยของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ การไม่เผาไร่อ้อย ทำให้ใบอ้อยจากการตัดอ้อยสดโดยรถตัดอ้อยมีการคลุมหนาทั่วแปลง รักษาความชื้นภายในดินได้ดี วัชพืชไม่สามารถขึ้นมาได้ และใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของดิน โดยปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้ ได้แก่ กากอ้อย และปุ๋ยจากโรงงานอ้อย อีกทั้งมีการใช้ปุ๋ยเคมีบำรุงตออ้อยเสริมเป็นบางครั้ง การบำรุงตออ้อยที่ดี หลังจากที่เกษตรกรตัดอ้อยสดโดยรถตัดอ้อยแล้วจะปล่อยใบอ้อยให้คลุมดิน แต่เนื่องจากเป็นอ้อยตอ ทำให้อ้อยที่คลุมดินหนามาก จึงคิดวิธีช่วยย่อยสลาย โดยนำปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ปริมาณ 20 กิโลกรัม ผสมกับน้ำ 200 ลิตร หมักในถังหมักระยะเวลา 7 วัน จากนั้นจึงทำการฉีดใบอ้อยที่คลุมดิน เพื่อให้ใบอ้อยย่อยสลายและเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่อ้อยตอได้ดี

5. การเก็บเกี่ยว

จะเริ่มเก็บเกี่ยวอ้อยประมาณเดือน พ.ย.- ธ.ค. ตามประกาศของโรงงานอ้อยละน้ำตาล โดยใช้รถตัดอ้อยเพราะพื้นที่ในการจัดการมีมากจึงต้องมีการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรมาช่วย และต้องจัดคิวลูกไร่ให้ดีเพื่อจะได้มีอ้อยเข้าโรงงานตามโควต้าสม่ำเสมอทุกวันตลอดฤดูกาลเปิดหีบ ซึ่งการปิดหีบจะอยู่ในช่วงเดือน มี.ค.- เม.ย. ด้วยช่วงระยะเวลาเปิดหีบสั้นมากกินเวลาเพียง 4 – 5 เดือน เวลาทุกชั่วโมงจึงมีค่า

รถตัดอ้อยสำคัญอย่างไรในไร่อ้อย

รถตัดอ้อยเป็นเครื่องมือเก็บเกี่ยวอ้อยซึ่งไว้ใช้ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวอ้อยเข้าสู่โรงงานน้ำตาลใช้รถตัดอ้อยในการตัดอ้อยแบบอ้อยท่อน พร้อมทั้งมีตัวตัดยอดและหางสะพานลำเลียงอ้อยขึ้นสู่รถตะกร้าหรือรถบรรทุกทันที รถตัดอ้อยช่วยทดแทนแรงงานคน และลดความยุ่งยากในการจัดการกับแรงงานคน ซึ่งรถตัดอ้อยช่วยให้สามารถกำหนดเป้าหมาย และวางแผนการตัดอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากบทความเรื่อง การบริหารจัดการอ้อยแปลงใหญ่ด้วยรถตัดอ้อย ซึ่งจะสามารถช่วยให้ความรู้เกษตรกรที่ทำไร่อ้อยให้บริหารจัดการอ้อยแปลงใหญ่ด้วยรถตัดอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยการใช้รถตัดอ้อยนั้นช่วยอำนวยความสะดวกแก่ชาวไร่อ้อยและเพิ่มผลผลิตอีกด้วย ถ้าหากสนใจจะซื้อรถตัดอ้อยที่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา Thai-A เราเป็นโรงงานรถตัดอ้อยที่น่าเชื่อถือ และรับผลิตรถตัดอ้อยที่มีประสิทธิภาพ มีผลงานต่าง ๆ การันตีคุณภาพ แล้วยังเป็นศูนย์รวมเครื่องจักรกลการเกษตร อะไหล่ทางการเกษตร โดยเราเป็นตัวเเทนผู้ผลิตและจำหน่ายรถตัดอ้อย รถคีบไม้ รถคีบอเนกประสงค์ หัวคีบอ้อย อะไหล่รถเกี่ยวข้าว และยังมีผู้เชี่ยวชาญในด้านเครื่องจักรกลการเกษตรที่พร้อมให้คำปรึกษาทุกท่าน เพื่อให้ใช้งานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้แก่ท่านได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

Email : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Thai-A-banner-ติดต่อ
Read More
ตัดอ้อยสดด้วยรถตัดอ้อย ลดฝุ่น PM 2.5 เพิ่มมูลค่าผลผลิต

ตัดอ้อยสดด้วยรถตัดอ้อย ลดฝุ่น PM 2.5 เพิ่มมูลค่าผลผลิต

ตัดอ้อยสดด้วยรถตัดอ้อย ลดฝุ่น PM 2.5 เพิ่มมูลค่าผลผลิต สังเกตได้ว่าการเผาอ้อยเป็นมลพิษ เพิ่มฝุ่น PM2.5 แล้วยังทำให้คุณภาพอ้อยลดลง ทำให้ปัจจุบันมีการส่งเสริมให้ใช้รถตัดอ้อยสด เพราะช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และช่วยให้เกษตรกรมีผลต่างรายได้ต่อครัวเรือน จากอ้อยสดและใบอ้อย เมื่อเทียบกับการตัดอ้อยไฟไหม้ แต่ปัจจุบันรถตัดอ้อยยังมีไม่ทั่วถึง ส่งผลให้สัดส่วนการตัดอ้อยไฟไหม้ในแต่ละปียังคงมีสูง ซึ่งกระทบต่อรายได้ของชาวไร่อ้อยทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างไรก็ตาม หากมีการส่งเสริมและสนับสนุนรถตัดอ้อยมากขึ้น จะช่วยให้ชาวไร่อ้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่โรงงานน้ำตาลได้อ้อยคุณภาพเข้ากระบวนการผลิต และยังเป็นผลดีต่อปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ลดลง

ตัดอ้อยสดด้วยรถตัดอ้อย ลดฝุ่น PM 2.5 เพิ่มมูลค่าผลผลิต
  • การตัดอ้อยส่งโรงงานน้ำตาลในปัจจุบัน

การตัดอ้อยส่งโรงงานน้ำตาล นิยมใช้วิธีเผาอ้อยก่อนตัด โดยอ้อยไฟไหม้มีสัดส่วนเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 63.3 ในช่วง 10 ปีการผลิตที่ผ่านมา ซึ่งเกษตรกรนอกจากจะถูกหักค่าอ้อยในเรื่องคุณภาพแล้ว ยังเป็นการเพิ่มฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่อีกด้วย ดังนั้น หากมีการส่งเสริมให้ใช้รถตัดอ้อยสด นอกจากช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้ระดับหนึ่งแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกรมีผลต่างรายได้สุทธิหลายหมื่นบาทต่อครัวเรือน จากอ้อยสดและใบอ้อยที่ใช้รถตัดอ้อย เมื่อเทียบกับการตัดอ้อยไฟไหม้

ตัดอ้อยสดด้วยรถตัดอ้อย ลดฝุ่น PM 2.5 เพิ่มมูลค่าผลผลิต
  • การแก้ปัญหา

การสนับสนุนให้มีการตัดอ้อยสดเข้าโรงงาน  จำเป็นต้องเพิ่มรถตัดอ้อยให้เพียงพอต่อการตัดอ้อยสด ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ  2,000-2,500 คัน จากจำนวนที่ควรมีคือ 3,400-4,500 คัน นอกจากนี้ การสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรชาวไร่อ้อย ปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่การเพาะปลูก ไปสู่รูปแบบการปลูกใหม่ที่เหมาะสำหรับการนำรถตัดอ้อยมาใช้เก็บเกี่ยวก็เป็นสิ่งสำคัญ ความท้าทายของการทำให้เกิดการลงทุนเพิ่มรถตัดอ้อย ที่มีราคาค่อนข้างสูงถึง 8-12 ล้านบาท ในเบื้องต้น หน้าที่นี้อาจจะต้องเป็นของโรงงานน้ำตาล หรืออาจลงทุนร่วมกับเกษตรกรรายใหญ่ โดยภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนรถตัดอ้อยในด้าน เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือมาตรการด้านภาษี รวมถึงส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การผลิตรถตัดอ้อยให้มีราคาถูกลง เกษตรกรจะได้เข้าถึงมากขึ้น และควรส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปถึงชาวไร่อ้อย เกี่ยวกับสัดส่วนอ้อยสดและอ้อยไฟไหม้ ที่ต้องทำได้ในแต่ละปี โดยมีมาตรการบังคับที่ชัดเจนและจริงจัง ซึ่งจะทำให้สัดส่วนอ้อยไฟไหม้ลดลงหรือหมดไปในระยะข้างหน้า

จากบทความเรื่อง ตัดอ้อยสดด้วยรถตัดอ้อย ลดฝุ่น PM 2.5 เพิ่มมูลค่าผลผลิตซึ่งจะสามารถช่วยทำให้เกษตรกรที่ทำไร่อ้อยหันมาใช้รถตัดอ้อยกันมากขึ้น เพราะการใช้รถตัดอ้อยนั้นช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ได้มากกว่าการเผาอ้อยที่ส่งผลเสียมากมาย  ซึ่งถ้าหากสนใจจะซื้อรถตัดอ้อยที่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา Thai-A เราเป็นโรงงานรถตัดอ้อยที่น่าเชื่อถือ และรับผลิตรถตัดอ้อยที่มีประสิทธิภาพ มีผลงานต่าง ๆ การันตีคุณภาพ แล้วยังเป็นศูนย์รวมเครื่องจักรกลการเกษตร อะไหล่ทางการเกษตร โดยเราเป็นตัวเเทนผู้ผลิตและจำหน่ายรถตัดอ้อย รถคีบไม้ รถคีบอเนกประสงค์ หัวคีบอ้อย อะไหล่รถเกี่ยวข้าว และยังมีผู้เชี่ยวชาญในด้านเครื่องจักรกลการเกษตรที่พร้อมให้คำปรึกษาทุกท่าน เพื่อให้ใช้งานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้แก่ท่านได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

Email : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Thai-A-banner-ติดต่อ

Read More