ข้อดี - ข้อเสีย ของกระบอกลมนิวเมติกส์ทางเดียว

ข้อดี – ข้อเสีย ของกระบอกลมนิวเมติกส์ทางเดียว

ข้อดี – ข้อเสีย ของกระบอกลมนิวเมติกส์ทางเดียว กระบอกลมนิวเมติกส์นั้นมีอยู่หลายชนิดให้เลือกใช้เพื่อความเหมาะสมของงาน เบื้องต้นบทความนี้ Thai-A ได้ยกเนื้อหาเกี่ยวกับกระบอกลมนิวเมติกส์ทางเดียวที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมมาให้ความรู้กันว่า เป็นอย่างไร และมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร

ข้อดี - ข้อเสีย ของกระบอกลมนิวเมติกส์ทางเดียว

กระบอกลมนิวเมติกส์ทางเดียว เป็นอย่างไร ?

กระบอกลมนิวเมติกส์ทางเดียว (Single Acting Cylinders) คือ กระบอกลมนิวเมติกส์ขนาดเล็กที่ใช้แรงดันในการเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียว และมีสปริงอยู่ภายใน เพื่อดันลูกสูบกลับเข้าที่ให้พร้อมใช้งานในครั้งต่อไป ซึ่งกระบอกลมนิวเมติกส์ประเภทนี้เหมาะกับการโหลดงานที่ไม่มากนัก ซึ่งขึ้นอยู่กับออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับงาน

ข้อดีของกระบอกลมนิวเมติกส์ทางเดียว

  1. ลดการใช้อากาศจากภายนอก
  2. มีความปลอดภัยสูงเพราะใช้แรงดันอากาศจึงทำให้ไม่มีอันตรายจากการระเบิดหรือติดไฟ
  3. สามารถนำไปใช้งานร่วมกับวาล์วลมแบบ 3/2 ทาง(โซลินอยด์วาล์ว) ได้อย่างสะดวก ไม่ยุ่งยาก
  4. เหมาะกับงานประเภทโหลดไม่หนัก
  5. สามารถทำเป็นระบบ Safety ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ

ข้อเสียของกระบอกลมนิวเมติกส์ทางเดียว

  1. จำกัดความยาวของระยะชักกระบอกลม
  2. ควบคุมความเร็วของกระบอกลมได้ยาก
  3. ใช้แรงดันมากกว่าตัวรุ่นลมเข้า2ทาง
  4. ไม่เหมาะสมกระบอกลมที่ต้องการความเร็งสูง
  5. สปริงมีอายุในการใช้งานที่ต่ำ
  6. ไม่เหมาะกับโหลดหนักๆ หรืองานที่ต้องการใช้แรงดันมากๆ

ดังนั้นกระบอกลมนิวเมติกส์จึงมีส่วนสำคัญในงานระบบอัตโนมัติเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในปัจจุบันนี้มีกระบอกลมนิวเมติกส์ มีให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม มีหลากหลายรุ่น หลากหลายรูปแบบ เช่น กระบอกลมนิวเมติกส์ขนาดเล็ก กระบอกลมนิวเมติกส์มาตรฐาน การเลือกกระบอกลมนิวเมติกส์ไปใช้งานจึงควรคำนึงถึงแรงที่กระบอกลมนิวเมติกส์ต้องรองรับน้ำหนัก และลักษณะของการติดตั้งด้วย

ตัวอย่างกระบอกลม

ขอขอบคุณภาพจาก Pneumax S.p.A, Italy

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบนิวเมติกส์ ไม่ว่าจะเป็น กระบอกลมนิวเมติกส์ วาล์วนิวเมติกส์ และปั๊มลมนิวเมติกส์ เป็นต้น Thai-A เราคือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบนิวเมติกส์มายาวนานกว่า 50 ปี และเรามีทีมงานที่มากประสบการณ์คอยให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับระบบนิวเมติกส์อีกด้วย

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

บทความที่เกี่ยวข้อง

Read More
4 ขั้นตอนดูแลอุปกรณ์ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์

4 ขั้นตอนดูแลอุปกรณ์ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์

4 ขั้นตอนดูแลอุปกรณ์ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ อุปกรณ์โซล่าเซลล์โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 20-25 ปี หากใครที่ลงทุนติดตั้งระบบโซล่าเซลล์แล้วนั้น การบำรุงรักษาอุปกรณ์โซล่าเซลล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แผงโซล่าเซลล์ ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์  ตัวแปลงกระแสไฟฟ้าและระบบความคุมต่างๆ อย่างถูกต้อง จะช่วยให้มีอายุการใช้เพิ่มขึ้นได้ถึง 40 ปี เลยทีเดียว ดังนั้น Thai-A มาแนะนำการดูแลรักษาอุปกรณ์ปั๊มโซล่าเซลล์เพื่อต่ออายุการใช้งานกันค่ะ

4 ขั้นตอนดูแลอุปกรณ์ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์

1. วิธีการดูแลรักษาแผงโซล่าเซลล์

  • หมั่นเช็ดทำความสะอาดตัวแผงโซล่าเซลล์ จากมูลสัตว์หรือคราบฝุ่นสกปรกที่สะสมเอาไว้
  • การเช็ดทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์จะต้องใช้น้ำเย็นทำความสะอาดเท่านั้น ห้ามใช้น้ำร้อนโดยเด็ดขาด
  • ห้ามใช้ผงซักฟอกหรือผงทำความสะอาดอื่นๆ เพื่อใช้ทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์ เพราะอาจจะทำให้แผงโซล่าเซลล์เกิดรอยได้ ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดสูตรน้ำเพื่อถนอมแผงโซล่าเซลล์ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น
  • หมั่นตรวจเช็กสภาพของตัวแผงโซล่าเซลล์ว่ายังมีสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ เช่น รอยร้าว รอยแตก การเกิดฝ้าบริเวณผิว และมีรอยรั่วของน้ำภายในแผงโซล่าเซลล์

2. วิธีการดูแลรักษาปั๊มน้ำโซล่าเซลล์

  • ในทุกๆ วันให้สังเกตปั๊มน้ำโซล่าเซลล์และตรวจเช็ก ความดันทางท่อดูดและท่อจ่าย การรั่วของ Seal ดู Load ของมอเตอร์ ดูระดับเสียงและการสั่นสะเทือน การหล่อลื่นและตัวช่วยในการหล่อลื่น
  • ทุกๆ 6 เดือนให้ตรวจสอบ การตั้งศูนย์ระหว่างตัวปั๊มน้ำโซล่าเซลล์และต้นกำลัง การเติมน้ำมันหรือจารบีให้หล่อลื่น ตรวจเช็กท่อทางดูดมีรอยรัวหรือไม่
  • ในทุกๆ ปี ควรหมั่นตรวจดูตามเพลา ว่ามีการรั่ว การสึกของปอกเพลา ดูช่องว่างระหว่างใบพัดกับแหวนกันสึก ตรวจและปรับเกจ์วัดที่ใช้กระแสไฟฟ้า การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันที่ใช้ในการหล่อลื่น
  • ไม่เปิดปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ทิ้งไว้เมื่อไม่ได้ใช้งานนานๆ และปิดหัวก๊อกให้สนิททุกครั้ง
  • ควรติดตั้งปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ให้สามารถเก็บและจ่ายน้ำตามแรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อลดการใช้พลังงานในการสูบน้ำ

3. วิธีการดูแลรักษาระบบสายไฟและระบบเชื่อมต่อต่างๆ

  • ตรวจสอบความสมบูรณ์ของสายไฟว่ามีการชำรุดหรือไม่ เช่น รอยร้าว รอยแตก รอยกัดกร่อนต่างๆ รอยไหม้ และสภาพของสายดิน
  • หากเกิดมีประกายไฟตอนสับสวิตช์ไฟก็ให้รีบแจ้งช่างให้เข้ามาซ่อมบำรุงโดยด่วนเพื่อความปลอดภัย

4. วิธีการดูแลรักษาแบตเตอรี่

  • ตรวจดูปริมาณสารละลายอิเล็กโทรไลต์หากเหลือน้อยให้ทำการเติมสารละลายเข้าไปเพิ่มให้อยู่ในระดับที่ใช้งานปรกติ
  • ทำความสะอาดรอยกัดกร่อนบริเวณขั้ว ซึ่งจะมีลักษณะเป็นคราบสีขาวๆ เดือนละ 1 ครั้ง
  • ตรวจเช็กระดับแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ หากเกิดสิ่งผิดปกติ ให้ทำการรีบซ่อมบำรุง หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่นั้นทันที

สำหรับชาวเกษตรกรท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับปั๊มโซล่าเซลล์ แบบปั๊มซัมเมอร์ส และแบบปั๊มหอยโข่งโซล่าเซลล์ บริษัท Thai-A เราเป็นผู้นำด้านบริการ และจัดจำหน่าย อุปกรณ์ระบบโซล่าเซลล์ครบวงจร แบบปั๊มซัมเมอร์ส ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ ปั๊มหอยโข่งโซล่าเซลล์ รวมไปถึงระบบ โซล่าฟาร์ม โซล่ารูฟทอป พลังงานทดแทนแบบครบวงจร สินค้าคุณภาพดีพร้อมให้บริการ และติดตั้งด้วยทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำปรึกษาทุกๆ ท่านในเรื่องโซล่าเซลล์

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

บทความที่เกี่ยวข้อง

Read More
ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบ ไฮดรอลิคในโรงงานอุตสาหกรรม

ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบไฮดรอลิคในโรงงานอุตสาหกรรม

ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบไฮดรอลิคในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นระบบที่มีการส่งถ่ายพลังงานของไหลให้เป็นพลังงานกล โดยผ่านตัวกระทำเช่น  กระบอกสูบไฮดรอลิค (Cylinder)  มอเตอร์ไฮดรอลิค (Hydraulic  Motor)  ในอุตสาหกรรมนิยมใช้น้ำมันไฮดรอลิค (Hydraulic  Oil)  เป็นตัวกลางในการส่งถ่ายพลังงาน เพราะน้ำมันไฮดรอลิคมีคุณสมบัติที่สำคัญ คือ ไม่สามารถยุบตัวได้ จึงทำให้การส่งถ่ายพลังงานมีประสิทธิภาพมาก

ข้อดี ของระบบไฮดรอลิค

  • ระบบไฮดรอลิคสามารถรับแรง (Load) ได้สูงมาก ทั้งในแนวเส้นตรงและแนวหมุน โดยให้แรงที่คงที่ทุกความเร็ว เหมาะกับอุตสาหกรรมการผลิตหนัก
  • ระบบไฮดรอลิคสามารถส่งถ่ายพลังงานไปได้ไกล โดยผ่านทางท่อไฮดรอลิค
  • ระบบมีความเสถียรไม่ไวต่ออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง
  • ระบบไฮดรอลิคมีความแม่นยำสูงกว่าระบบนิวเมติกส์ เนื่องจากน้ำมันมีการยุบตัวที่น้อย
  • อุปกรณ์ในระบบไฮดรอลิค มีอายุการใช้งานสูง

ข้อเสียของระบบไฮดรอลิค

  • ระบบไฮดรอลิค มีอุปกรณ์ขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก ทำให้ไม่เหมาะกับพื้นที่ ที่จำกัด
  • ระบบไฮดรอลิคสามารถเกิดการรั่วซึมของน้ำมันได้
  • การบำรุงรักษาระบบไฮดรอลิคค่อนข้างยากกว่าระบบนิวเมติกส์ และระบบไฟฟ้า
  • เมื่อเกิดอุบัติเหตุในระบบไฮดรอลิคจะมีความอันตรายมากกว่าระบบนิวเมติกส์และระบบไฟฟ้า เพราะมีน้ำมันและสามารถติดไฟได้

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค เป็นต้น Thai-A เป็นบริษัทที่รับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิค และกระบอกลมนิวเมติกส์ ได้ตามความต้องการ ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตกระบอกแบบ OEM ไม่ว่าจะเป็นกระบอกนิวเมติกส์ OEM และกระบอกสูบไฮดรอลิค OEM เราก็พร้อมผลิตสินค้าเพื่อธุรกิจของคุณ หากท่านใดที่สนใจผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิ และกระบอกลมนิวเมติกส์ Thai-A เราคือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบนิวเมติกส์และไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี และเรามีทีมงานที่มากประสบการณ์คอยให้คำปรึกษา

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
รถคีบไม้จาก Thai-A MAX LOGGER ประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายในการขนย้าย มีความสามารถในการสวิงซ้าย-ขวา เพื่อการคีบไม้และจับวางวัสดุได้คล่องแคล่ว

รถคีบไม้จาก Thai-A MAX LOGGER

รถคีบไม้จาก Thai-A MAX LOGGER

รถคีบไม้จาก Thai-A MAX LOGGER รถคีบไม้จาก Thai-A ทุ่นแรง ประหยัดเวลา รถคีบไม้เป็นรถที่สามารถทำงานคีบไม้ขึ้นหรือลงได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีความสามารถในการสวิงซ้าย-ขวา เพื่อการคีบไม้และจับวางวัสดุได้อย่างคล่องแคล่ว

รถคีบไม้แบบ 3 ล้อ

เป็นรถที่ใช้ในงานเกี่ยวกับการคีบและขนย้ายวัตถุดิบต่าง ๆ ได้ในปริมาณมาก เพื่อตอบสนองต่อกระบวนการผลิตที่ต้องการขนย้ายงานต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว โดยประหยัดเวลา และลดค่าใช้จ่าย ในการขนย้าย

รถคีบไม้จาก Thai-A สามารถเปลี่ยนชุดหัวคีบและชุดตักได้หลายประเภทของการใช้งาน มีระบบไฮดรอลิคขับเคลื่อนแบบ Hydrostatic Transmission หมุนรอบตัวเองได้ 360 องศา ทำให้ใช้พื้นที่ ในการเลี้ยวน้อยและคล่องตัวในการทำงานสูง และใช้ระบบเครื่องยนต์นำเข้าจากประเทศชั้นนำ และมีการทดสอบจากผู้ผลิต ทำให้ทนทานต่อสภาพการทำงานที่มีแรงสั่นสะเทือนและประหยัดน้ำมันเป็นที่หนึ่งเพียง 2-4 ลิตรต่อชั่วโมง ได้งานมากถึง 50-60 ตันต่อชั่วโมง ซ่อมแซมและบำรุงรักษาง่าย อะไหล่มีพร้อมบริการ

ปากคีบ

ปากคีบรถคีบไม้ ในการออกแบบปากคีบจะใช้เหล็กสปริงพิเศษในการมาทำวัตถุดิบ และกระบอกไฮดรอลิคมีการออกแบบพิเศษ ช่วยให้ควบคุมการคีบได้ง่าย

ล้อรถ

รถคีบไม้ มีล้อหน้า 2 ล้อใหญ่ หลัง 1 ล้อ ทำให้การขับเคลื่อนคล่องตัว และทำความเร็วบนพื้นราบได้ดี

ถังน้ำมัน

รถคีบไม้ มีถังน้ำมันขนาดใหญ่ และมีระบบการกรอง 2 ชั้น

ห้องโดยสารรถคีบไม้

ห้องโดยสารขนาดกว้าง มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน และสามารถมองวิสัยทัศน์ได้กว้างถึง 180 องศา ทำให้คุณสามารถมองเห็นพื้นที่รอบ ๆ ตัวของคุณได้

รายละเอียดรถคีบไม้

รถคีบ MAX สามล้อ
  • การบังคับเลี้ยว : SKID STEER (เท้าบังคับ)
  • เครื่องยนต์ : GERMANY 55 HP
  • อัตราการกินน้ำมันเชื้อเพลิงต่อชั่วโมง : 2-4 ลิตรต่อชั่วโมง
  • ปริมาณงานที่ได้ต่อชั่วโมง  : 50-60 ตันต่อชั่วโมง
  • ระบบระบายความร้อน : ด้วยอากาศ (Air Cooling) บำรุงรักษาง่าย
  • รัศมีการเลี้ยว/การเคลื่อนตัว : เป็นวงกลมหมุนได้คล่องตัว 18 km/ชั่วโมง ใช้การหยุดล้อและหมุนตัว
  • การบำรุงรักษา : ง่าย ระบบไม่ซับซ้อน ซ่อมเองได้ ไม่ต้องเข้าศูนย์หลังจาก *หมดประกัน 1 ปี
  • ห้องคอนโทรลและระบบควบคุม : ระบบควบคุมแบบมือโยกง่ายต่อการซ่อมบำรุงซ่อมเองได้ไม่ต้องรอช่างศูนย์

Thai-A เรามีทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำปรึกษาทุกท่านในเรื่องของเครื่องจักรกลที่ใช้ในภาคเกษตรกรรมเกี่ยวกับพืช เช่น รถคีบไม้ รถตัดอ้อย รถคีบอ้อยและรถคีบก้อนใบอ้อย ภายใต้ยี่ห้อ แม็กส์ (MAX) ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการทุ่นแรง เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การเพิ่มคุณภาพ การแปรสภาพผลผลิตทางการเกษตร

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร : 02-026-3854 , 081 721-0680

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
ข้อควรรู้ก่อนนำเอาระบบนิวเมติกส์มาใช้กับโรงงานอุตสาหกรรม

ข้อควรรู้ก่อนนำเอาระบบนิวเมติกส์มาใช้กับโรงงานอุตสาหกรรม

ข้อควรรู้ก่อนนำเอาระบบนิวเมติกส์มาใช้กับโรงงานอุตสาหกรรม แน่นอนว่าโรงงานอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเครื่องยนต์ เครื่องบรรจุ หรือเครื่องจักร ได้มีการนำเอาระบบนิวเมติกส์เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการผลิตทั้งสิ้น เนื่องจากประโยชน์ที่หลากหลายของระบบนิวเมติกส์ เช่น

(1) ความปลอดภัยที่สูงกว่าระบบอื่น ๆ เพราะระบบนิวเมติกส์ใช้ลมเป็นตัวกลางในการทำงาน ทำให้ไม่เกิดการระเบิดหรือการติดไฟ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องอัคคีภัย

(2) เป็นระบบที่มีความสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

(3) อีกทั้งยังมีความแม่นยำและความรวดเร็วในการทำงานสูง และหากใช้กระบอกลมนิวเมติกส์แบบพิเศษ ก็จะสามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 10 เมตรต่อวินาที เทียบกับกระบอกลมนิวเมติกส์ธรรมดา ที่มีความเร็วในการทำงาน 1-2 เมตรต่อวินาที

อย่างไรก็ตาม การเอาระบบนิวเมติกส์เข้ามาใช้ก็มีข้อควรระวังที่ผู้อ่านจำเป็นต้องรู้เช่นเดียวกัน ซึ่งในบทความนี้แอดมินจะบอกถึง ข้อควรรู้ก่อนนำเอาระบบนิวเมติกส์มาใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมกันค่ะ

ข้อควรรู้ก่อนนำเอาระบบนิวเมติกส์มาใช้กับโรงงานอุตสาหกรรม

ข้อควรรู้ก่อนนำเอาระบบนิวเมติกส์มาใช้กับโรงงานอุตสาหกรรม

  • แม้ว่าระบบนิวเมติกส์จะสามารถทำงานได้ในสภาวะอุณหภูมิที่ต่างกัน แต่อุณหภูมิที่เปลี่ยนไปจะส่งผลต่อระดับความดันในระบบ นั่นก็คือเมื่ออุณหภูมิในพื้นที่สูง ความดันในระบบก็จะสูง และเมื่ออุณหภูมิในพื้นที่ลดต่ำลง ความดันในระบบก็จะลดลงตามไปด้วยนั่นเอง ซึ่งการลดต่ำลงของความดัน จะทำให้ระบบเกิดหยดน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความชื้นในระบบนิวเมติกส์
  • ความสามารถและข้อจำกัดของอุปกรณ์นิวเมติกส์ หากมีการเพิ่มอุปกณ์นิวเมติกส์เข้าไปในระบบ เพื่อทำการขยายพื้นที่ในการผลิต ผู้ออกแบบจะต้องคำนึงถึงความสามารถในการสร้างปริมาณลมของเครื่องอัดลม (Air Compressor) ว่ามีกำลังพอหรือไม่ ไม่อย่างนั้นความแม่นยำในการควบคุมจะลดลง และทำให้การทำงานของระบบคลาดเคลื่อนได้
  • ข้อจำกัดของอุปกรณ์นิวเมติกส์ แม้ว่าโรงงานอุตสาหกรรมจะสามารถนำอุปกรณ์นิวเมติกส์มาปรับเปลี่ยนและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับงานต่าง ๆ ได้ง่าย แต่อุปกรณ์บางชนิด เช่น กระบอกลมนิวเมติกส์ หากต้องการใช้แรงส่งจากอุปกรณ์มาก กระบอกลมนิวเมติกส์ก็ต้องมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย ซึ่งในบางกรณี ไม่สามารถที่จะติดตั้งในโรงงานที่มีพื้นที่จำกัดได้
  • เสียงดังรบกวนพื้นที่บริเวณใกล้เคียง เนื่องจากจะต้องมีการระบายลมบางส่วนที่เกินความจำเป็นของอุปกรณ์ และระบบออกตลอดเวลา ทำให้เกิดเสียงดังรบกวนภายในพื้นที่ปฏิบัติงาน และบริเวณใกล้เคียง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับข้อควรรู้ก่อนนำเอาระบบนิวเมติกส์มาใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมข้างต้นที่กล่าวมา หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ และในครั้งหน้าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับระบบนิวเมติกส์แบบไหนอย่าลืมติดตามกันนะคะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบนิวเมติกส์ ไม่ว่าจะเป็น กระบอกลมนิวเมติกส์ วาล์วนิวเมติกส์ และปั๊มลมนิวเมติกส์ Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบนิวเมติกส์มายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ และรับผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 ข้อคำนึงเมื่อต้องทำงานกับระบบนิวเมติกส์

ข้อดี – ข้อเสีย ของระบบนิวเมติกส์ที่ควรรู้

5 สาเหตุทำลายระบบอัด ในอุปกรณ์นิวเมติกส์

Read More
ปัญหาจุกจิกในระบบไฮดรอลิค และวิธีการแก้ไขเบื้องต้น

ปัญหาจุกจิกในระบบไฮดรอลิค และวิธีการแก้ไขเบื้องต้น

ปัญหาจุกจิกในระบบไฮดรอลิค และวิธีการแก้ไขเบื้องต้น อุปกรณ์ไฮดรอลิค ที่ใช้กันในโรงงานอุตสาหกรรม และเครื่องจักรกลต่าง ๆ ย่อมมีปัญหาจุกจิกโผล่ขึ้นมาให้เห็นเป็นครั้งคราว เช่น ปั๊มไฮดรอลิคไม่มีแรง กระบอกไฮดรอลิครั่วซึมและไม่มีแรง หรือส่งเสียงดังผิดปกติ  ซึ่งความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ถือเป็นสัญญาณเตือน ก่อนที่อุปกรณ์ไฮดรอลิคจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาในภายหลังนั่นเองค่ะ ฉะนั้นผู้ปฏิบัติงานกับระบบไฮดรอลิค ควรสังเกตุถึงความผิดปกติของระบบ และรีบทำการแก้ไขก่อนที่จะเกิดความเสียหาย ซึ่งในบทความนี้แอดมินจะบอกถึง วิธีการตรวจสอบและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นในระบบไฮดรอลิคกันค่ะ

  1. ฟองอากาศปนอยู่ในน้ำมันไฮดรอลิค

หากพบฟองอากาศผสมอยู่ในน้ำมันไฮดรอลิค ควรตรวจสอบจุดสำคัญที่

  • ท่อดูด และตัวกรองไฮดรอลิคตันหรือไม่
  • ซีลคอของปั้มว่าพบจุดรั่วซึมหรือไม่
  • ระดับน้ำมันไฮดรอลิคในถังอยู่ในระดับเหมาะสมในการใช้งานหรือไม่
  • ท่อน้ำมันไหลกลับ ต้องอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำมันไฮดรอลิค และระยะห่างระหว่างท่อน้ำมันไหลกลับกับท่อดูดของ
  • ปั๊มไฮดรอลิค ต้องอยู่ห่างกันในระยะที่เหมาะสม ไม่ชิดกันหรือห่างกันจนเกินไป

2. ยอยด์ต่อ (Coupling) ไม่ได้ Alignment

หากยอยด์ต่อไม่ได้ศูนย์ ให้ปรับตั้งศูนย์ Alignment Coupling และปรับค่า Angular torerance ให้เหมาะสม

3. อากาศรั่วเข้าทางด้านดูดของปั๊มไฮดรอลิค

สามารถทดสอบว่าอากาศรั่วเข้าไปในปั๊มไฮดรอลิคทางช่องว่างระหว่างท่อดูดกับหน้าแปลนปั๊มไฮดรอลิค

  • โดยในเบื้องต้นสามารถตรวจเช็คดูด้วยตาเปล่าว่ามีน้ำมันรั่วซึมออกมาหรือไม่
  • โดยการใช้จารบีป้ายทาระหว่างหน้าแปลนท่อดูดกับหน้าแปลนปั๊มไฮรอลิค เพื่อเช็คจุดรั่วซึม ผลที่ได้หากปั๊มไฮดรอลิคมีการรั่วซึมจริง เสียงปั๊มจะเงียบลง และให้ทำการแก้ไขเปลี่ยนซีลและโอริง หรือประเก็นหน้าแปลนท่อดูด

4. รอบหมุนของปั๊มไฮดรอลิคสูงเกินไป

โดยส่วนใหญ่รอบหมุนของปั๊มไฮดรอลิคจะถูกกำหนดตั้งแต่ตอนเริ่มต้นออกแบบการใช้งาน จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามคู่มือการทำงาน ตามสเปคของปั๊มไฮดรอลิค เพื่อใช้งานอย่างถูกต้อง

5. แรงดันของปั๊มไฮดรอลิคสูงเกินไป

จริงๆ แล้วควรใช้แรงดันให้อยู่ภายในสเปคของอุปกรณ์ไฮดรอลิคที่กำหนดไว้ตอนออกแบบ แต่ถ้าพบว่าแรงดันของปั๊มไฮดรอลิคสูงเกินไป ทำให้อุปกรณ์ไฮดรอลิคในระบบเสียหาย เช่น เพลาขาด หรือปั๊มแตก ให้ทำการปรับลดแรงดันของระบบไฮดรอลิค ไม่ให้เกินความต้องการของการใช้งาน เพื่อลดแรงดันของระบบไฮดรอลิค

ปัญหาจุกจิกในระบบไฮดรอลิค

6. ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิคสูงหรือต่ำเกินไป

หากความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิคสูงหรือต่ำเกินไป ให้ทำการเปลี่ยนน้ำมันที่มีค่าความหนืดที่เหมาะสมกับการใช้งาน

  1. ระบบไฮดรอลิคที่ใช้ Accumulator เกิดความผิดปกติ

หากพบความผิดปกติกับ Accumulator ให้ทำสิ่งต่อไปนี้

อันดับแรก:  ตรวจเช็คแก๊สไนโตรเจนที่ใช้เติมใน Accumulator ว่าอยู่ในค่าที่เติมไว้หรือไม่ โดยใช้หัวชุดชาร์ทแก็สทำการตรวจเช็ค

หากพบว่าไม่มีแก็สไนโตรเจนเหลืออยู่ แสดงว่าเกิดการรั่วซึม ให้ทำการแก้ไขให้พร้อมใช้งาน ตัวอย่างเช่น กรณี Accumulator เป็นแบบใช้ Bladder ก็ให้ทำการเปลี่ยน Bladder พร้อม Dynac Gas Valve และทำการชาร์ทแก็สไนโตรเจนตามสเปคของเครื่องจักร

*หมายเหตุ: หากเครื่องจักรที่ใช้ accumulator ในระบบ ก่อนทำการตรวจเช็คระบบ ให้ทำการเปิด Bypass Valve ของ Accumulator ก่อนทุกครั้ง

อันดับที่สอง:  ตรวจสอบวงจรไฟฟ้าโซลีนอยด์วาล์ว สัญญาณไพล็อต และ Unloading valve ว่าทำงานถูกต้องหรือไม่ ถ้าพบความผิดปกติให้ทำการแก้ไข

8. การรั่วซึมภายในของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบไฮดรอลิคมากกว่าปกติ

แก้ไขง่าย ๆ โดยตรวจสอบซีลตามจุดต่าง ๆ และชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ของปั๊มไฮดรอลิค วาล์ว และกระบอกสูบไฮดรอลิค เพื่อดูการสึกหรอและรอยรั่ว ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาตามอายุการใช้งานของอุปกรณ์ และทำการเปลี่ยนใหม่ตามความเหมาะสมค่ะ

8 ข้อที่กล่าวมานั้นเป็นปัญหา และวิธีการแก้ไขเบื้องต้นในระบบไฮดรอลิค หวังว่าผู้อ่านจะสามารถจัดการกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นในระบบได้เบื้องต้น ก่อนที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลนะคะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิค และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกลมไฮดรอลิค และรับผลิตกระบอกลมไฮดรอลิคตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

บทความที่เกี่ยวข้อง

Read More
10 ข้อคำนึงเมื่อต้องทำงานกับระบบนิวเมติกส์

10 ข้อคำนึงเมื่อต้องทำงานกับระบบนิวเมติกส์

10 ข้อคำนึงเมื่อต้องทำงานกับระบบนิวเมติกส์

10 ข้อคำนึงเมื่อต้องทำงานกับระบบนิวเมติกส์ โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก ได้นำเอาความรู้จากการค้นพบและพัฒนาวิธีในการใช้ประโยชน์จากพลังงานลม มาใช้ในกระบวนการผลิต ในอุตสาหกรรมด้านต่าง ๆ เช่น เครื่องบรรจุ และเครื่องลำเลียงขนถ่ายวัสดุ โดยอาศัยหลักการง่าย ๆ ของความดันลม เพื่อให้ลูกสูบที่อยู่ในกระบอกสูบ หรือกระบอกนิวเมติกส์เกิดการเคลื่อนที่ และเปลี่ยนเป็นพลังงานกล แต่การทำงานกับระบบนิวเมติกส์นั้น ก็มีข้อควรระวังในการใช้ระบบนิวเมติกส์ค่ะ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน และเพื่อป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนของเครื่องจักรเกิดความเสียหาย ซึ่งในบทความนี้แอดมินจะมาบอกถึง 10 ข้อคำนึงเมื่อต้องทำงานกับระบบนิวเมติกส์กันค่ะ

  1. ปิดลมและระบายลมออกจากระบบทุกครั้งก่อนการแก้ไขหรือตรวจเช็กวงจร
  2. ติดตั้งกระบอกลมนิวเมติกส์ (Air Cylinder) และอุปกรณ์ทำงานต่าง ๆ ให้แน่นและมั่นคง
  3. ตรวจเช็กไม่ให้มีสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ในบริเวณการเคลื่อนที่ของกระบอกลมนิวเมติกส์ (Air Cylinder) หรืออุปกรณ์ทำงานต่าง ๆ
  4. ก่อนจ่ายลมเข้าระบบนิวเมติกส์ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า ข้อต่อและสายลมแน่นสนิท
  5. หากมีข้อบกพร่องเกิดขึ้นกับอุปกรณ์หรือวงจรไฟฟ้า ต้องรายงานและแจ้งผู้ควบคุมดูแลให้ทราบ ก่อนการดำเนินการขั้นตอนไป มิเช่นนั้นจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้
  6. การแก้ไข ดัดแปลงอุปกรณ์ด้วยตนเอง โดยไม่มีผู้ควบคุม หรือผู้เชี่ยวชาญมาดูแล เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง
  7. ไม่ควรเล่นอุปกรณ์ สายหรือท่อลมนิวเมติกส์
  8. ไม่ควรไว้ใจว่าอุปกรณ์ทำงานจะหยุดนิ่ง ในขณะที่ยังทำการจ่ายลมอัดอยู่
  9. ไม่ควรยึดถือว่าความเร็วของอุปกรณ์ว่าจะทำงานคงที่อย่างสม่ำเสมอ
  10.  เป็นไปได้ยาก ที่จะให้มีการเคลื่อนที่แบบเป๊ะ ๆ เหมือนกับโปรแกรมที่วางไว้
10 ข้อคำนึงเมื่อต้องทำงานกับระบบนิวเมติกส์

10 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นข้อควรคำนึงเมื่อต้องทำงานกับระบบนิวเมติกส์ และทางที่ดีพนักงานที่ปฏิบัติงาน และช่างซ่อมบำรุงระบบนิวเมติกส์ควรมีความรู้และความเข้าใจกับลักษณะของการออกแบบระบบความปลอดภัยของเครื่องจักรรุ่นต่าง ๆ ด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่นค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับข้อควรคำนึงในการใช้งานระบบนิวเมติกส์ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านกันนะคะ และในครั้งหน้าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับระบบนิวเมติกส์แบบไหนอย่าลืมติดตามกันนะคะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบนิวเมติกส์ ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบนิวเมติกส์ วาล์วนิวเมติกส์ และปั๊มลมนิวเมติกส์ Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบนิวเมติกส์มายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ และรับผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

บทความที่เกี่ยวข้อง

Read More
กระบอกสูบไฮดรอลิค มีหน้าที่อย่างไร ในระบบไฮดรอลิค

กระบอกสูบไฮดรอลิคมีหน้าที่อย่างไร ในระบบไฮดรอลิค

กระบอกสูบไฮดรอลิคมีหน้าที่อย่างไร ในระบบไฮดรอลิค

กระบอกสูบไฮดรอลิคมีหน้าที่อย่างไร ในระบบไฮดรอลิค ในระบบไฮดรอลิคจะมีของเหลวคือน้ำมันไฮดรอลิคเป็นตัวกลาง ความดันของระบบไฮดรอลิคเกิดได้จากการกระแทกของกระบอกสูบไฮดรอลิคหรือวาล์วซึ่งจะต้านทานการไหลที่เกิดจากปั๊มไฮดรอลิค การทำงานของระบบไฮดรอลิค สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือกระบอกสูบไฮดรอลิค ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักรกลและอุตสาหกรรม โดยการทำงานของกระบอกสูบไฮดรอลิคจะอาศัยหลักการเปลี่ยนพลังงานแรงดันของน้ำมันไฮดรอลิค จะส่งถ่ายพลังงานในแนวเชิงเส้น กระบอกสูบไฮดรอลิคนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท

1.   กระบอกทำงานด้านเดียว Single Acting Cylinder

      กระบอกสูบไฮดรอลิคชนิดนี้มีรูทางเข้าและทางออกของน้ำมันไฮดรอลิคเพียงรูเดียวเท่านั้น แรงที่เกิดจากการกระทำของแรงดันน้ำมันไฮดรอลิคนั้นเกิดในทิศทางเดียว และการกลับสู่ตำแหน่งเดิมของลูกสูบจะใช้แรงดันของสปริงหรือแรงโน้มถ่วงเป็นตัวดันกลับอย่างช้าๆ เหมาะกับการใช้งานที่ไม่โหลดมากนัก

2กระบอกทำงาน 2 ทาง Double Acting Cylinder

      กระบอกสูบไฮดรอลิคชนิดนี้จะมีรูเข้าออกของน้ำมันไฮดรอลิคสองทางหรือทั้งสองด้านของลูกสูบ ทิศทางการเคลื่อนที่ไปมาของลูกสูบไฮดรอลิคในกระบอกสูบไฮดรอลิคนั้นเป็นผลมาจากแรงดันของน้ำมันทั้งสองทาง  ส่วนประกอบหลักๆ ของกระบอกสูบไฮดรอลิคนั้นจะประกอบด้วย ลูกสูบ, กระบอกสูบ, ก้านสูบ, Oil Seal, และตัวกันฝุ่น (Dust Seal)  กระบอกสูบไฮดรอลิคชนิดนี้ เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด ทำงานได้หลายรูปแบบ ออกแบบได้ทั้งแรงดัน แรงดึง มีรูปแบบการติดตั้งที่หลากหลาย แบ่งเป็น 2 รูปแบบโครงสร้างคือ

3.  กระบอกหลายช่วงชัก Telescopic Cylinder

เป็นกระบอกสูบไฮดรอลิคที่สามารถยืดออกได้มากกว่าขนาดของเสื้อกระบอกหลายเท่า นิยมใช้ในงานที่มีระยะติดตั้งไม่มาก แต่ต้องการ Stroke การใช้งานที่ยาว

กระบอกสูบไฮดรอลิคมีหน้าที่อย่างไร ในระบบไฮดรอลิค

ระบบไฮดรอลิคเป็นระบบที่ใช้งานกันในเครื่องจักรกลมานาน ในระบบไฮดรอลิคที่เราเห็นกันส่วนมากนั้นสิ่งที่เราจะนำไปใช้คือ แรง (Force, F) ที่เกิดจากระบบไฮดรอลิค เช่น การเอาแรงจากกระบอกสูบไฮดรอลิค (Hydraulic Cylinder) ไปกด อัด หรือตัดชิ้นงาน และการขับ แรงที่ได้จากกระบอกสูบไฮดรอลิคนั้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการออกแบบของกระบอกสูบนั้นๆ ในระบบที่มีแรงดันน้ำมันไฮดรอลิคเท่าๆ กัน ถ้ากระบอกสูบไฮดรอลิคลูกไหนมีพื้นที่หน้าตัดมากกว่าก็จะมีแรงมากกว่า

สำหรับใครที่กำลังมองหาโรงงานผลิตสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค เป็นต้น Thai-A เราคือผู้นำด้านอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิค นำเข้าและจำหน่ายสินค้าไฮดรอลิคครบวงจร รับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิค OEM ผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิคตามสั่ง ตามขนาด มุ่งผลิตอุปกรณ์ไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี และเรามีทีมงานที่มากประสบการณ์คอยให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิคอีกด้วย

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

บทความที่เกี่ยวข้อง

Read More
ระบบไฮดรอลิค เหมาะกับงานประเภทไหน

ระบบไฮดรอลิคเหมาะกับงานประเภทไหน ?

ระบบไฮดรอลิคเหมาะกับงานประเภทไหน

ระบบไฮดรอลิคเหมาะกับงานประเภทไหน ? ไฮดรอลิค เป็นเรื่องที่ว่าด้วยคุณสมบัติทางกลของของไหล ซึ่งเป็นการส่งถ่ายกำลังในเชิงกลด้วยของไหลที่เป็นของเหลวหรือน้ำมันไฮดรอลิค การส่งกำลังในระบบไฮดรอลิคส่วนใหญ่นั้นอุปกรณ์ทำงาน (Actuator) จะมี 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

  • กระบอกสูบไฮดรอลิค (Hydraulic Cylinder) เป็นอุปกรณ์ทำงานที่เคลื่อนที่ในแนวเส้นตรง (Linear)
  • มอเตอร์ไฮดรอลิค (Hydraulic Motor) เป็นอุปกรณ์ทำงานที่เคลื่อนที่ในแนวรัศมี (Radius)

จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ระบบไฮดรอลิคเป็นระบบที่ใช้งานกันอยู่อย่างกว้างขวาง และสิ่งที่ต้องการนำไปใช้ ก็คือ งาน หรือแรง ที่เกิดจากระบบไฮดรอลิค เช่น การเอาแรงจากกระบอกไฮดรอลิคไปกด อัด หรือตัดชิ้นงาน และการขับ ดังนั้นหากท่านมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับส่วนประกอบของระบบไฮดรอลิคก็ทำให้สามารถเข้าใจการทำงานของระบบไฮดรอลิคได้ และใช้งานจากระบบไฮดรอลิคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ที่มีการใช้ระบบไฮดรอลิคอยู่อย่างแพร่หลาย ได้แก่

1.อุตสาหกรรมเหล็ก และอลูมิเนียม

2.อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม

3.อุตสาหกรรมน้ำตาล

4.อุตสาหกรรมการเกษตร

5.อุตสาหกรรมยานยนต์

6.อุตสาหกรรมยาง

7.อุตสาหกรรมพลังงาน

8.อุตสาหกรรมพลาสติก

9.อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์

10.อุตสาหกรรมสิ่งทอ

11.อุตสาหกรรมประมง

12. และอื่น ๆ

ระบบไฮดรอลิคเหมาะกับงานประเภทไหน?

ด้วยการใช้งานที่ง่ายและหลากหลาย ระบบไฮดรอลิคจึงถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมทั้งการใช้งานทั่วไปที่ใกล้ตัว เช่น แม่แรงยกของ ระบบลิฟต์ในอาคาร อุปกรณ์ก่อสร้าง ยานพาหนะ  อุตสาหกรรมการผลิต เช่น โรงงานกระดาษ โรงงานขึ้นรูปพลาสติก โรงงานอุตสาหกรรมผลิตเหล็กกล้า ให้ความแม่นยำสูงและเหมาะกับงานที่ใช้รับ Load มากกว่า 2,000 Kg ขึ้นไป เครื่องอัดขึ้นรูป (Press) เครื่องปั๊มขึ้นรูป (Plung) เครี่องอัด (Bending) เครื่องตัด (Cutting) เครื่องมือลำเลียง ขนถ่าย เครื่องบรรจุ เครื่องมือขุดเจาะ อุปกรณ์การยกเคลื่อนย้าย เป็นต้น

สำหรับใครที่กำลังมองหาโรงงานผลิตสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค เป็นต้น Thai-A เราคือผู้นำด้านอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิค นำเข้าและจำหน่ายสินค้าไฮดรอลิคครบวงจร รับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิค OEM ผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิคตามสั่ง ตามขนาด มุ่งผลิตอุปกรณ์ไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี และเรามีทีมงานที่มากประสบการณ์คอยให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิคอีกด้วย

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

บทความที่เกี่ยวข้อง

Read More
รถตัดอ้อยราคาดี รถตัดอ้อยของไทย คนไทยทำจาก Thai-A เครื่องมือเก็บเกี่ยวคุณภาพ พร้อคุณสมบัติของรถตัดอ้อย MAX MH360 จาก Thai-A

รถตัดอ้อยราคาดี รถตัดอ้อยของไทย คนไทยทำจาก Thai-A

รถตัดอ้อยราคาดี รถตัดอ้อยของไทย คนไทยทำจาก Thai-A

รถตัดอ้อยราคาดี รถตัดอ้อยของไทย คนไทยทำจาก Thai-A รถตัดอ้อย  เป็นเครื่องมือเก็บเกี่ยวอ้อย ซึ่งใช้ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวอ้อยเข้าสู่โรงงานน้ำตาล สำหรับรถตัดอ้อยของเรามาพร้อมชุดอุปกรณ์รถตัดอ้อยรวม สำหรับการเก็บเกี่ยวอ้อยให้กับชาวไร่และผู้รับเหมางาน ในวันนี้เราจะพาผู้อ่านทุกท่านมารู้จักกับ รถตัดอ้อย MAX MH360 รถตัดอ้อยคนไทยทำจาก Thai-A กันค่ะ ทั้งในเรื่องของเครื่องยนต์ การทำงานของเครื่องยนต์ และคุณสมบัติของรถตัดอ้อย MAX MH360 จาก Thai-A กันค่ะ ว่าเป็นอย่างไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

รถตัดอ้อยแม็กส์ออกแบบและพัฒนาขึ้นมาโดยคำนึงถึงการใช้งานที่เหมาะกับเกษตรกรไทย และพื้นที่ของชาวไร่อ้อยไทย ให้เหมาะสมที่สุดและประสิทธิภาพที่สูงสุด อายุการใช้งานทนทาน คุ้มค่า คืนทุนได้โดยเร็ว อีกทั้งมุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถซ่อมแซม และปรับปรุงบำรุงรักษารถตัดอ้อยด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่สูงเกินไป ระบบคอนโทรลเน้นเป็นระบบมือโยก (Manual) ลดการคอนโทรลด้วยระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งช่างในพื้นที่สามารถซ่อมแซมระบบต่างๆ ได้เอง

เครื่องยนต์รถตัดอ้อย MAX MH360

  • กำลังแรงม้า : 264 KW (360 HP) 360 แรงม้า
  • รอบทำงานสูงสุด : 2200 rpm 2200 รอบต่อนาที
  • น้ำมันเชื้อเพลิง :  ดีเซล
  • ระบบเผาไหม้เชื้อเพลิง : แบบ INLINE PUMP ควบคุมหัวฉีดด้วยเพลาราวลิ้น
  • ระบบอัดอากาศ : เทอร์โบชาร์จ

การทำงานของเครื่องยนต์

รถตัดอ้อย MAX MH360 จาก Thai-A จะมาพร้อมกับอุปกรณ์ที่ติดตั้งมากับเครื่องยนต์ ซึ่งจะมีระบบการใช้งานดังต่อไปนี้

  • ป้อนและตัดอ้อยเป็นท่อนได้ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ
  • สายพานฟันเฟืองที่ออกแบบมารองรับการตัดอ้อยลดการสูญเสียอ้อยล่วงอ้อยหล่นตามพื้นไร่ได้
  • ตัวรถตัดอ้อยจะลดการสูญเสียจากการตัดตอสั้นและยาวจากการใช้คนตัด
  • ความคล่องตัวของรถตัดอ้อยในการตัดอ้อยที่รวดเร็วเทียบกับการใช้แรงงานคนหลายเท่าตัว
  • รถตัดอ้อยสามารถตัดต้นอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแม่นยำ ตอไม่เสียหาย
รถตัดอ้อย max
รถตัดอ้อย max

มาตรฐานของรถตัดอ้อยสำหรับการตัดอ้อย

กำลังขับเคลื่อน

  • ปั๊มขับเคลื่อนคู่
  • ความเร็วที่ใช้วิ่งบนเส้นทางเดินรถ 1 ถึง 20 กม./ช.ม.

ชุดตัดยอดอ้อย

  • ควบคุมการยกระดับความสูง-ต่ำได้
  • ควบคุมการปั่นยอดใบอ้อยออกข้าง ซ้าย-ขวาได้

ชุดเกลียวเก็บอ้อย

  • ชุดเกลียวเก็บอ้อยซ้าย-ขวาข้างละ 2 ชุด
  • ควบคุมการยกระดับความสูง-ต่ำได้

ระบบไฟฟ้า

  • ระบบไฟฟ้าแบตเตอรี่ 24 โวล์ท
  • ระบบควบคุมการทำงานเดินเครื่องรอบเบาแบบอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมการทำงานด้วยสวิตซ์ควบคุม
  • ชุดไฟหน้าแอลอีดีให้ความสว่างมากและประหยัดพลังงาน และทนทาน
  • แผงฟิวส์และเซอร์กิตเบรกเกอร์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ลดอุบัติเหตุไฟไหม้ตัวรถ
  • ชุดไฟสปอตไลท์แอลอีดีเสริมข้าง ส่องสว่างรอบตัวรถและประหยัดพลังงาน

Thai-A เราเป็นศูนย์รวมเครื่องจักรกลการเกษตร และอะไหล่ ตัวเเทนผู้ผลิตและจำหน่ายรถตัดอ้อย รถคีบอ้อย รถคีบไม้ รถคีบอเนกประสงค์ หัวคีบอ้อย อะไหล่รถเกี่ยวข้าว และอุปกรณ์เครื่องจักรกลการเกษตรแบบครบวงจร สินค้ามีคุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน มีความคล่องตัว ดูแลง่าย ราคาเป็นมิตรกับเกษตรกรไทย และมีทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำปรึกษาทุกท่านในเรื่องของเครื่องจักรที่ใช้ในภาคเกษตรกรรม ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการทุ่นแรง การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การเพิ่มคุณภาพ การแปรสภาพผลผลิตเกษตร สนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถตัดอ้อย

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Read More