รู้จักโครงสร้างของ แผงโซล่าเซลล์กันเถอะ

รู้จักโครงสร้างของแผงโซล่าเซลล์กันเถอะ

รู้จักโครงสร้างของแผงโซล่าเซลล์กันเถอะ
รู้จักโครงสร้างของแผงโซล่าเซลล์กันเถอะ

รู้จักโครงสร้างของแผงโซล่าเซลล์กันเถอะ ในแผงโซล่าเซลล์หนึ่งเซลล์ โดยทั่วไปจะสามารถผลิตแรงดันไฟฟ้าได้ 0.6 ถึง 0.7 โวลต์ในขณะที่ไม่มีโหลด ถ้าในขณะที่ต่อโหลดและมีกำลังไฟฟ้าสูงสุด แผงโซล่าเซลล์จะมีแรงดันอยู่ที่ประมาณ 0.4-0.5 โวลต์ โดยกระแสไฟฟ้าต่อหนึ่งเซลล์ที่ผลิตได้จะขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของเซลล์

ส่วนใหญ่แล้วผู้ผลิตแผงโซล่าเซลล์จะต่ออนุกรมเซลล์เข้าด้วยกันให้ได้แรงดันรวมตามระบบมาตรฐานสากลคือ 12,24,48,…โวลต์ โดยแรงดันที่ผลิตจากแผงจะต้องมากกว่าแรงดันระบบประมาณ 1.4-1.5เท่า (ตามหลักการถ่ายเทประจุ แรงดันที่ชาร์จจะต้องมากกว่าแรงดันที่ต้องการชาร์จ) ตัวอย่างถ้าโซล่าเซลล์แบบโมโนคริสตัลไลน์ หนึ่งเซลล์ผลิตแรงดันที่กำลังไฟฟ้าสูงสุดได้ 0.5 โวลต์ กระแส 7.8 แอมป์ จะต้องใช้เซลล์ต่ออนุกรมกันจำนวน 36 เซลล์ถึงจะได้แรงดันแผงประมาณ 18 โวลต์และแผงนี้มีกำลังไฟฟ้าประมาณ 140 วัตต์

เนื่องจากแผงโซล่าเซลล์เป็นแผ่นที่มีขนาดบางและแตกหักง่าย การทำแผงโซล่าเซลล์จึงต้องมีหลายชั้นเพื่อป้องกันการแตกหักของเซลล์อีกทั้งป้องกันความชื้นและต้องระบายความร้อนที่ดีอีกด้วย (อุณภูมิที่สูงขึ้นมีผลทำให้จะทำให้แรงดันไฟฟ้าลดลง ตามที่แสดงกราฟใน I-V curve

โครงสร้างของแผงโซล่าเซลล์

โครงสร้างของแผงโซล่าเซลล์

จากรูป ชั้นบนสุดของแผงโซล่าเซลล์จะเป็นกระจกที่ลดการสะท้อนของแสง ต่อมาเป็นส่วนป้องกันเซลล์ไม่ให้สัมผัสโดยตรงกับกระจกและป้องกันความชื้นเข้าไปในตัวเซลล์ เรียกส่วนนี้ว่าอีวีเอ(EVA-Ethylene Vinyl Acetate)มีลักษณะเป็นพลาสติกฟิล์มแผ่นขุ่น ถัดมาเป็นเส้นลวดแบนและแผ่นโซล่าเซลล์ซึ่งต่ออนุกรมกันแล้ว ชั้นถัดมาจะเป็นส่วนประกอบของแผ่นล่างของ EVA ซึ่งจะซีลประกบกับแผ่น EVA ด้านบนเพื่อป้องกันน้ำและความชื้นเข้าไปภายในตัวเซลล์ ชั้นสุดท้ายเรียกว่าเทดล่าฟิล์ม (Tedlar Film) เป็นแผ่นรองรับน้ำหนักของตัวเซลล์ทั้งหมดอีกทั้งต้องระบายความร้อนได้ดีอีกด้วย ด้านนอกสุดจะเป็นขอบอะลูมิเนียมที่ใช้สำหรับป้องกันการกระแทกจากด้านข้างและเป็นที่ยึดแผงโซล่าเซลล์เข้ากับที่ติดตั้งอีกด้วย

โครงสร้างของแผงโซล่าเซลล์ส่วนใหญ่ที่ผลิตและจำหน่ายโดยทั่วไปตามท้องตลาด จะมีโครงสร้างตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น จะมีบ้างที่วัสดุที่นำมาใช้ผนึกป้องกันความชื้นหรือแผ่นรองรับน้ำหนักเซลล์ด้านล่างสุดอาจจะแตกต่างกันไปบ้างแล้วแต่ผู้ผลิต

ขอบคุณข้อมูลจาก solarsmileknowledge.com

หากคุณสนใจระบบโซล่าเซลล์ Thai-A เราเป็นผู้นำด้านบริการ และจัดจำหน่าย อุปกรณ์ระบบโซล่าเซลล์ครบวงจร เช่น แผงโซล่าเซลล์ แผงโซล่าเซลล์ 325 วัตต์ ปั๊มโซล่าเซลล์ ปั๊มหอยโข่งโซล่าเซลล์ ปั๊มน้ำซับเมอร์ส พร้อมทั้งติดตั้งระบบโซล่าฟาร์ม  โซลาร์รูฟท็อปราคาจับต้องได้ เรามีประสบการณ์ยาวนาน เจ้าแรกที่ติดตั้งในไทย มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาตรฐาน มอก.พร้อมรับประกันงานติดตั้ง 1 ปี

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Thai-A-banner-ติดต่อ
Read More
ติดโซล่ารูฟท็อปช่วยอะไรบ้าง

ติดโซล่ารูฟท็อปช่วยอะไรบ้าง

ติดโซล่ารูฟท็อปช่วยอะไรบ้าง
ติดโซล่ารูฟท็อปช่วยอะไรบ้าง

ติดโซล่ารูฟท็อปช่วยอะไรบ้าง โซล่ารูฟท็อป (Solar rooftop) คือ ระบบผลิตไฟฟ้ารูปแบบหนึ่ง ซึ่งเกิดจากพลังงานของแสงอาทิตย์ โดยเมื่อนำแผงโซล่าเซลล์ ที่มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการรับแสงอาทิตย์ติดตั้งเอาไว้บนหลังคา ไม่ว่าจะเป็น หลังคาโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงาน อาคารต่าง ๆ รวมไปถึงที่พักอาศัยและบ้านเรือนทั่วไป แผงโซล่าเซลล์จะทำหน้าที่ในการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า

  • ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าไฟในระยะยาว อย่างที่ทราบกันดีว่าโซล่ารูฟท็อปเป็นระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงเวลากลางวัน ดังนั้นจึงสามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าไฟได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะกับภาคครัวเรือนหรือภาคอุตสาหกรรม และถึงแม้ว่าโซล่ารูฟท็อปจะมีต้นทุนที่สูง แต่ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานก็จะสามารถทำให้คืนทุนได้ในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี
  • ช่วยลดความร้อนภายในบ้านเรือนหรือโรงงาน ถือเป็นผลดีอีกอย่างหนึ่งที่เกิดจากการติดตั้งโซล่ารูปท็อป เพราะแผงโซล่าเซลล์ที่นำมาติดตั้งบนหลังคาจะสามารถช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดี จึงช่วยลดความร้อนที่เกิดจากการรับแสงอาทิตย์เป็นเวลานานได้
  • เป็นพลังงานสะอาด ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้า ถือเป็นกระบวนการผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษและเรียกได้ว่าเป็นพลังงานสะอาด นอกจากนี้แล้วยังเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ใช้แล้วไม่หมดไป จึงส่งผลดีต่อธรรมชาติและโลกในระยะยาว

สำหรับใครที่สนใจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดต้นทุนรายจ่ายในส่วนของค่าไฟและอยากร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นภาคครัวเรือนหรือภาคอุตสาหกรรม สามารถติดตามรายละเอียดหรือสอบถามข้อมูลต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจาก(Thai-A)

หากคุณสนใจระบบโซล่าเซลล์ Thai-A เราเป็นผู้นำด้านบริการ และจัดจำหน่าย อุปกรณ์ระบบโซล่าเซลล์ครบวงจร เช่น แผงโซล่าเซลล์ แผงโซล่าเซลล์ 320 วัตต์ ปั๊มโซล่าเซลล์ ปั๊มหอยโข่งโซล่าเซลล์ ปั๊มน้ำซัมเมอร์ส พร้อมทั้งติดตั้งระบบโซล่าฟาร์ม โซล่ารูฟท็อปราคาจับต้องได้ เรามีประสบการณ์ยาวนาน เจ้าแรกที่ติดตั้งในไทย มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาตรฐาน มอก.พร้อมรับประกันงานติดตั้ง 1 ปี

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Thai-A-banner-ติดต่อ
Read More
การควบคุมตำแหน่งของอุปกรณ์กระบอกนิวเมติกส์

การควบคุมตำแหน่งของอุปกรณ์กระบอกนิวเมติกส์

การควบคุมตำแหน่งของอุปกรณ์กระบอกนิวเมติกส์ อย่างที่หลาย ๆ คนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่ากระบอกนิวเมติกส์มีความได้เปรียบในด้านความเร็ว และกำลังแรง ทำให้ระบบนิวเมติกส์เป็นที่นิยมมากในอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่ภายในกระบอกนิวเมติกส์จำเป็นต้องมีการควบคุมตำแหน่ง และความเร็ว เพื่อให้กระบอกนิวเมติกส์มีแรงและความเร็วที่เหมาะสมในแต่ละงาน และเพื่อไม่ให้กระบอกลมนิวเมติกส์เกิดการกระแทกเพราะความเร็วที่มากเกินไป วันนี้แอดมินนำข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์การควบคุมตำแหน่งของกระบอกนิวเมติกส์มาฝากกันค่ะ

การควบคุมตำแหน่งของอุปกรณ์กระบอกนิวเมติกส์ (1)
การควบคุมตำแหน่งของอุปกรณ์กระบอกนิวเมติกส์ (1)

ตัวกันกระแทกของกระบอกนิวเมติกส์ (Cushion Cylinders)

ตัวกันกระแทกนี้ช่วยให้กระบอกนิวเมติกส์ทำงานช้าลงเมื่อสิ้นสุดจังหวะ มีประโยชน์ในการลดการกระแทกและเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นจากการ break ระหว่างโลหะกับโลหะอย่างกะทันหัน ซึ่งส่วนใหญ่กระบอกนิวเมติกส์จะมีตัวกันกระแทกภายใน และสามารถปรับตั้งค่าได้ด้วย

กระบอกแบบมีแม่เหล็ก (Magnetic Cylinder Pistons)

ก้านลูกสูบกระบอกแม่เหล็กมีความสามารถในการตรวจจับตำแหน่งจังหวะด้วยรีดสวิตช์(Reed switch) โดยภายในลูกสูบจะมีแม่เหล็กเพื่อใช้ในการตรวจจับ เพื่อจะได้รู้ตำแหน่งของกระบอกนิวเมติกส์ ว่าเลื่อนอยู่ในตำแหน่งใดแล้ว และช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมทิศทางของกระบอกลมได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำ

วาล์วควบคุมการไหล (Flow control valve )

วาล์วควบคุมการไหลช่วยให้สามารถปรับความเร็วของกระบอกนิวเมติกส์ได้ โดยสามารถแบ่งได้ 3 แบบ ตามลักษณะของการทำงาน

  • Flow control meter in ลักษณะการทำงานคือ ปรับลมขณะที่ลมเข้ากระบอก
  • Flow control meter out ลักษณะการทำงานคือ ปรับลมขณะที่ลมออกจากกระบอก
  • Direction flow control ลักษณะการทำงานคือ สามารถปรับได้ทั้งเข้าและออก

โดยปกติทั่วไปที่ใช้เยอะมากที่สุดที่ใช้คือ Flow control meter out คือ ปรับลมขณะขาออก โดยวิธีการปรับขณะที่กระบอกเลื่อนออกให้ปรับด้านหน้า และหากกระบอกลมถอยกลับให้ปรับด้านหลัง

วาล์วเร่งระบาย (Quick Exhaust Valves)

หน้าที่หลักของวาล์วเร่งระบาย คือ การเพิ่มความเร็วของกระบอกลมนิวเมติกส์  โดยการทำงานคือการเร่งระบายลมให้ออกจากกระบอกให้เร็วที่สุด

วาล์วกันตก (Blocking valve)

วาล์วกันตก (Blocking valve) มีหน้าที่เป็นวาล์ว Safety โดยการทำงานจะใช้สายลมอีกเส้นมาเพื่อยิงปลดล็อค ลักษณะการทำงานมี 2 แบบ คือ แบบ One way และ แบบ Directional

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นอุปกรณ์ที่เป็นตัวช่วยในการควบคุมตำแหน่ง และความเร็วของกระบอกนิวเมติกส์ เพื่อให้สามารถควบคุมทิศทาง การไหลของลม และความเร็วในการทำงานของกระบอกนิวเมติกส์ สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบนิวเมติกส์ ไม่ว่าจะเป็น กระบอกนิวเมติกส์ วาล์วนิวเมติกส์ และปั๊มลมนิวเมติกส์ Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบนิวเมติกส์มายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ และรับผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ตามสั่ง สามารถสั่งทำกระบอกลมนิวเมติกส์ที่มีคุณภาพกับทางเราได้

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

Email : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
วิธีทำให้ระบบไฮดรอลิค มีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ

วิธีทำให้ระบบไฮดรอลิคมีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ

วิธีทำให้ระบบไฮดรอลิคมีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ ในปัจจุบันระบบไฮดรอลิคถือว่าเป็นที่นิยมอย่างมากเพราะได้ถูกนำไปใช้ในงานอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเหล็ก(เครื่องอัดขึ้นรูป) อุตสาหกรรมอาหาร (เครื่องบด) อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ อุตสาหกรรมพลาสติก และอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก เมื่อพูดถึงการนำระบบไฮดรอลิคมาใช้ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือการเสื่อมสภาพของระบบ แต่การเสื่อมสภาพจะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของผู้ใช้งานด้วย ซึ่งวันนี้แอดมินก็จะบอกวิธีที่ทำให้อายุการใช้งานของระบบไฮดรอลิคยาวนานขึ้น

วิธีทำให้ระบบไฮดรอลิค มีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ
วิธีทำให้ระบบไฮดรอลิค มีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ

1. ล้างทำความสะอาดระบบด้วยน้ำมันไฮดรอลิค เพราะอาจมีสี โลหะ สนิม ฝุ่นและทรายติดค้างอยู่ในระบบ แต่ก็ควรเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิคให้เหมาะกับชนิด และการออกแบบของปั๊มไฮดรอลิค เช่น ปั๊มที่มีชิ้นส่วนที่ทำด้วยโลหะเงิน และบรอนซ์ ควรใช้น้ำมันไฮดรอลิคที่ไม่ทำปฏิกิริยากับชิ้นส่วนหรือซีล เพื่อป้องกันการเกิดการกัดกร่อน เป็นต้น

2.ควรระมัดระวังในเรื่องความสะอาดของน้ำมันโดยดูแลภาชนะ ปั๊มดูด ถังเก็บ ให้สะอาดอยู่เสมอ และต้องหมั่นทำความสะอาดระบบกรองน้ำมัน หรือเมื่อเปลี่ยนไส้กรองที่ชำรุด ก่อนล้างไส้กรองควรสังเกตดูสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามไส้กรองว่าเป็นอะไร เช่นหากมีเศษโลหะมากแสดงว่าระบบมีการสึกหรอ ชนิดของสิ่งสกปรกอาจใช้เป็นแนวทางการวิเคราะห์สาเหตุของการชำรุดสึกหรอ เพื่อที่จะได้ใช้เป็นแนวทางต่อไปในการป้องกัน

3. หมั่นตรวจการทำงานของระบบไฮดรอลิคตลอดจนเสียงที่ดังผิดปกติ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงอาการที่มีการรั่วของอากาศตามข้อต่อ ซีล หรือการเกิดโพรงอากาศในเรือนปั๊มไฮดรอลิคซึ่งอาจเข้ามาทางข้อต่อที่หลวม รอยซีลที่สึกหรอหรือบางครั้งระดับน้ำมันในอ่างต่ำเกินไป น้ำมันไฮดรอลิคที่ไหลกลับลงอ่างจะพุ่งปะทะผิวระดับน้ำมัน เกิดการปั่นป่วนมีฟองอากาศ แล้วทำให้เกิดฟองอากาศในเนื้อน้ำมัน (Cavitation) สิ่งเหล่านี้จะทำให้ตัวปั๊มไฮดรอลิคสึกหรอเร็วขึ้น

4. ควรหมั่นตรวจระบบระบายความร้อนว่ายังทำงานตามปกติและสามารถรักษาระดับอุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิคในระบบไม่ให้สูงเกินไป เพราะหากอุณหภูมิสูงมากน้ำมันจะเสื่อมสภาพเร็ว ซึ่งจะมีผลเสียต่อการหล่อลื่นและการป้องกันการสึกหรอของปั๊มด้วย

5. น้ำมันที่ใช้จะต้องมีความหนืดที่เหมาะสมกับชนิดของปั๊ม นอกจากนี้น้ำมันที่ใช้ควรมีค่าดัชนีความหนืดสูง เพราะจะทำให้ความหนืดของน้ำมันไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไป

6. ใช้งานให้เหมาะสมกับระบบไฮดรอลิคที่ถูกออกแบบไว้ เช่น ถ้าหากยกของที่มีน้ำหนักมากและเกินความสามารถของระบบ อาจทำให้ตัวปั๊มต้องทำงานหนักขึ้นและทำให้เกิดความเสียหาย ในบางกรณีอาจทำให้ท่อไฮดรอลิคแตกได้ เพราะฉะนั้นก่อนนำระบบไฮดรอลิคไปใช้งานอะไรควรศึกษาขีดจำกัดของระบบนั้นด้วย

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกไฮดรอลิค และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกไฮดรอลิค และรับผลิตกระบอกไฮดรอลิคตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
สายไฮดรอลิคคืออะไร

สายไฮดรอลิคคืออะไร ?

สายไฮดรอลิคคืออะไร ? สายไฮดรอลิค หรือ Hydraulic Hose เป็นอุปกรณ์ไฮดรอลิคชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่ในการลำเลียงของเหลว พร้อมกับการขับเคลื่อนความดันไปยังส่วนต่าง ๆ ของระบบไฮดรอลิค สายไฮดรอลิคมีลักษณะเป็นเส้นยาว ประกอบด้วยโครงสร้างที่ซ้อนทับกันหลายชั้น ด้านนอกของสายไฮดรอลิคทำมาจากยางสังเคราะห์ ในส่วนของด้านในสายทำมาจากลวดสแตนเลสที่ซ้อนทับกันหลายชั้น พร้อมกับหัวสายข้อต่อสำหรับการเชื่อมต่อกับวาล์วในระบบไฮดรอลิค โครงสร้างดังกล่าวออกแบบมาเพื่อทำงานกับระบบไฮดรอลิคที่มีความดันที่สูง

สายไฮดรอลิคคืออะไร (1)

คุณสมบัติของสายไฮดรอลิค หรือ Hydraulic Hose

– สายไฮดรอลิคมีความยืดหยุ่น สามารถโค้งงอได้ทำให้ต่อเข้ากับข้อต่อในระบบไฮดรอลิคได้อย่างง่ายดาย

– สายไฮดรอลิคมีความหนา เนื่องจากส่วนประกอบที่ทับซ้อนหลายชั้นของสายไฮดรอลิคทำให้ สายไฮดรอลิคสามารถทนต่อแรงดันในระบบไฮดรอลิคได้

– สายไฮดรอลิคจึงทนทานต่อแรงดันในการทำงาน และสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี

– อีกหนึ่งคุณสมบัติของสายไฮดรอลิคคือความแข็งแรง นอกจากจะทนต่อการทำงานของแรงดันในระบบแล้ว สายไฮดรอลิคยังทนต่อความร้อน สารเคมี อุณหภูมิได้เป็นอย่างดี

ในตลาดของสายไฮดรอลิคหลาย ๆ แบรนด์มักจะมีการแข่งขันทางด้านความทนทานของสาย และการส่งแรงดันผ่านสาย และสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเลือกสายไฮดรอลิคนั่นก็คือ

ขนาด : การเลือกสายไฮดรอลิคนั้นควรจะถูกพิจารณาด้วยขนาดของเครื่องจักรที่จะปั๊มของเหลวหรืออากาศก็ตามผ่านตัวสาย ข้างในของสายจะต้องมีขนาดกว้างมากพอจะรองรับของไหลผ่าน รวมไปถึงความทนต่อแรงดันความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีในสาย

อุณหภูมิ : สายไฮดรอลิคจะต้องสามารถรับอุณหภูมิได้ดี ทนต่อสภาพอากาศ ไม่ลามไฟจากอุณหภูมิสูง

 เนื่องจากระบบไฮดรอลิคมีการใช้แรงดันจากของเหลวในการทำงาน อุปกรณ์ไฮดรอลิคหลาย ๆ อุปกรณ์จึงมักถูกออกแบบมาเพื่อสามารถทำงานภายใต้แรงดันของระบบไฮดรอลิคได้เป็นอย่างดี นอกจากสายไฮดรอลิคแล้วอุปกรณ์ไฮดรอลิคที่จำเป็นยังมีเช่น หัวสายไฮดรอลิคสแตนเลส ข้อต่อทองเหลืองในระบบไฮดรอลิค กระบอกไฮดรอลิค สายเพาเวอร์ ท่ออ่อน

สแตนเลส เป็นต้น

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกไฮดรอลิค และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกไฮดรอลิค และรับผลิตกระบอกไฮดรอลิคตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

บทความที่เกี่ยวข้อง

Read More
รถลากไฮดรอลิค - รถยกไฮดรอลิค มีการทำงานอย่างไร

รถลากไฮดรอลิค – รถยกไฮดรอลิค มีการทำงานอย่างไร ?

รถลากไฮดรอลิค – รถยกไฮดรอลิค มีการทำงานอย่างไร ? หลายคนคงเคยไปห้างสรรพสินค้าแล้วเจอรถลากหรือรถยกในห้องกำลังขนถ่ายสินค้า แล้วมีความสงสัยว่ารถแบบนี้ทำงานอย่างไร มีระบบอะไรบ้างบทความนี้มีคำตอบค่า

รถลากไฮดรอลิค-รถยกไฮดรอลิค หรือที่เรียกกันว่า แฮนด์ลิฟท์ (Hand Lift) คือ รถที่นำเอาระบบไฮดรอลิคมาเป็นตัวช่วยผ่อนแรงในการยกของที่มีน้ำหนักมาก โดยอาศัยแรงดันจากน้ำมันไฮดรอลิค ซึ่งถูกส่งมาโดยปั๊มไฮดรอลิคที่ติดตั้งอยู่ในรถและอาศัยแรงขับปั๊มจากมอเตอร์  รถสามารถขับเคลื่อนย้ายของที่ยกจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ด้วยอาศัยแรงจากมอเตอร์ การทำงานเน้นยกไม่สูง เน้นการเคลื่อนย้ายสินค้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งเท่านั้น สามารถรับน้ำหนักได้มาก (ตั้งแต่ 2-3.5 ตัน) เคลื่อนย้ายง่าย เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมขนส่งลำเลียง งานสโตร์สินค้า โกดังเก็บสินค้า งานที่มีการเคลื่อนย้ายสินค้าค่อนข้างบ่อย โรงงานที่มีการจัดเก็บสินค้าขึ้นบนพาเลทเพื่อสต๊อกหลังจากการผลิต มีระบบเป็นชุดไฮดรอลิค

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกไฮดรอลิค และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกไฮดรอลิค และรับผลิตกระบอกไฮดรอลิคตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
กระบอกลมนิวเมติกส์เทียบ คืออะไร

กระบอกลมนิวเมติกส์เทียบ คืออะไร ?

กระบอกลมนิวเมติกส์เทียบ คืออะไร ? กระบอกลมนิวเมติกส์ถือเป็นอีกอุปกรณ์ประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญในระบบนิวเมติกส์เป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่หลายท่านจะใช้กระบอกนิวเมติกส์ไปติดตั้งกับเครื่องจักร เพื่อควบคุมหรือบังคับให้วัตถุ ซึ่งในที่นี้จะเรียกว่าเป็นการโหลดชิ้นงาน โดยเราสามารถใช้กระบอกลมนิวเมติกส์เพื่อผลักและดันชิ้นงานให้ไปในทิศทางตามที่กำหนด

แต่เมื่อใช้กระบอกลมนิวเมติกส์ไปสักระยะและเกิดความเสียหาย จะหารุ่นเดิมมาทดแทนยากมากมายต้องทำอย่างไร ?

จริง ๆ แล้วความพิเศษของกระบอกลมนิวเมติกส์ก็คือสามารถใช้งานได้หลากหลาย แต่กระบอกลมรุ่นเดิมหรือรุ่นเก่านั้นมักจะถูกยกเลิกการผลิตไปอย่างรวดเร็วมาก นั่นก็เพราะว่าบางครั้งผู้ผลิตอาจจะค้นพบวิธีการใหม่ ๆ ที่จะสามารถผลิตกระบอกลม หรืออุปกรณ์นิวเมติกส์ที่มีคุณภาพที่ดีกว่ารุ่นเก่า ให้ลูกค้านำไปใช้งานได้ โดยบางครั้งจะทำให้ลูกค้าที่ใช้อุปกรณ์รุ่นเก่า ๆ นั้น อาจจะมีปัญหาในการอัปเกรด หรือเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ขึ้นในอนาคตได้

ปัญหาดังกล่าวนั้นก็สามารถแก้ไขได้โดย หากระบอกนิวมติกส์รุ่นใหม่ ๆ มาใช้เทียบเคียงหรือทดแทน เป็นต้น

ข้อดีของกระบอกลมนิวเมติกส์แบบเทียบ

หาซื้อง่าย และบางรุ่นราคาอาจจะถูกกว่า

มีหลายรุ่นหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อเพื่อนำไปใช้งานกันได้อย่างจุใจ

ประหยัดเวลาในการเลือกหารุ่นเดิมมาเปลี่ยนใหม่ เพราะบางครั้งถ้าเราต้องการรุ่นเดิมที่อาจจะถูกยกเลิกการผลิต หรือจำหน่ายจากตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ให้บริการไปแล้ว อาจจะทำให้เราจำเป็นต้องรอ(ถ้ามีการนำเข้าจากต่างประเทศ)ได้ค่ะ

ข้อเสียของกระบอกลมนิวเมติกส์เทียบ

ประสิทธิภาพอาจจะไม่เทียบเท่ากัน กระบอกลมที่จำหน่ายโดยผู้ผลิตแบรด์ดังหลายเจ้า

คู่มือการติดตั้งหรือการใช้งานกระบอกลมแบบเทียบรุ่น หรือแม้กระทั่งการบริการหลังการขาย อาจจะมีน้อยกว่าที่ซื้อจากผู้ผลิตแบรนด์ดัง

อายุการใช้งาน หรือประสิทธิภาพในระยะยาว อาจจะน้อยกว่ากระบอกลมยี่ห้อดี ๆ ที่วางขายในปัจจุบัน แต่ถ้าเทียบกับราคาของกระบอกลมแล้ว ถือว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนค่ะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบนิวเมติกส์ ไม่ว่าจะเป็น กระบอกนิวเมติกส์ วาล์วนิวเมติกส์ และปั๊มลมนิวเมติกส์ Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบนิวเมติกส์มายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ และรับผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ตามสั่ง สามารถสั่งทำกระบอกลมนิวเมติกส์ที่มีคุณภาพกับทางเราได้

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

Email : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
การหาขนาดของกระบอก นิวเมติกส์ก่อนใช้งาน

การหาขนาดของกระบอกนิวเมติกส์ก่อนใช้งาน

การหาขนาดของกระบอกนิวเมติกส์ก่อนใช้งาน ในหลายปีที่ผ่านมาผู้ผลิตกระบอกนิวเมติกส์ต่างจะใช้วิธีการวัดหาขนาด และมาตรฐานต่าง ๆ ของกระบอกนิวเมติกส์ที่หลากหลายกันออกไป ทำให้การวัดหาขนาดกระบอกนิวเมติกส์ไม่ตรงกัน และเกิดความสับสน แต่ในปัจจุบันนี้ปัญหาการวัดหาค่าขนาดของกระบอกนิวเมติกส์ได้ลดลงไปแล้วค่ะ เพราะส่วนประกอบนิวเมติกส์สมัยใหม่ทั้งหมดจะถูกวัดค่าด้วยระบบสากลที่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งวันนี้แอดมินมีวิธีการหาขนาดของกระบอกนิวเมติกส์แบบง่าย ๆ มาฝากกันนะคะ จะเป็นอย่างไรตามไปดูกันเลยค่ะ

การหาขนาดกระบอกลมนิวเมติกส์

แน่นอนว่าในการใช้งานกระบอกนิวเมติกส์นั้น แต่ละการใช้งานก็จะมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป จึงทำให้ความต้องการขนาด และกำลังของกระบอกนิวเมติกส์ที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน แต่คำถามคือ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่างานแต่ละงานควรใช้กระบอกนิวเมติกส์ขนาดเท่าไหร่

อธิบายง่าย ๆ ก็คือผู้อ่านสามารถกำหนดพื้นที่ภายในลูกสูบนิวเมติกส์ โดยใช้สูตร F=PA โดยที่ P คือความดัน และ A คือพื้นที่ และค่า F เท่ากับแรงทั้งหมด ดังนั้นเราจึงสามารถแก้สมการหาพื้นที่โดยใช้ A=F/P ได้โดยใช้ตัวเลขทั้ง 2 ตัวที่เรามีอยู่แล้ว เนื่องจากเราต้องรู้อยู่แล้วว่าเราต้องใช้แรงมากแค่ไหนในการทำงานประเภทที่เราสนใจ

และเมื่อรู้พื้นที่ทั้งหมดที่เราต้องการแล้ว เราสามารถนำมาคำนวณเส้นผ่านศูนย์กลางของกระบอกนิวเมติกส์ได้ โดยส่วนใหญ่ผู้อ่านจะได้ยินวิศวกรพูดถึงพื้นที่ของกระบอกนิวเมติกส์ว่าเป็นรู หรือ Bore ของกระบอกลม นี่เป็นการอ้างอิงถึงความจริงที่ว่ากระบอกลมนั้นต้องมีขนาดรูเท่านี้ เพื่อสร้างพื้นที่ (space) นี้

ในการหาขนาดรู ให้ใช้ square root ของพื้นที่แล้วคูณด้วย 1.1284  เพื่อหาเส้นผ่านศูนย์กลาง ฟังดูแล้วเหมือนยุ่งยากใช่ไหมคะ? แต่จริง ๆ แล้วใช้เวลาไม่กี่วินาทีด้วยเครื่องคิดเลขนะคะ แต่ถ้าไม่อยากคิดเลขให้วุ่นวาย ผู้อ่านก็สามารถใช้ตัวช่วย หรือเครื่องคำนวณขนาดวาล์ว (air valve sizing calculator) ที่สามารถหาซื้อได้ไม่ยาก ซึ่งจะบอกค่าแรงดันอากาศ ระยะกระบอกสูบ ระยะชัก และเวลาที่แต่ละจังหวะใช้ด้วย

แต่ในบางครั้ง ผู้อ่านไม่จำเป็นต้องระบุข้อมูลเหล่านี้ด้วยซ้ำ เพราะโดยทั่วไปแล้วกระบอกลมนิวเมติกส์จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางรูเจาะที่เฉพาะเท่านั้น พิจารณา NCQ2 ซึ่งมีขนาดรูเจาะตั้งแต่ 12 มม. ถึง 100 มม. ตามรายละเอียดต่อไปนี้:

  • 12mm
  • 16mm
  • 20mm
  • 25mm
  • 32mm
  • 40mm
  • 50mm
  • 63mm
  • 80mm
  • 100mm

ฉะนั้นการคำนวณค่าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ค่าความแรง ความดัน และพื้นที่ที่ต้องใช้งาน จึงมีความสำคัญเพื่อกำหนดขนาดของกระบอกนิวเมติกส์ที่ถูกต้อง เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับวิธีการหาขนาดของกระบอกนิวเมติกส์ที่แอดมินได้อธิบายไปเบื้องต้น หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะคะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบนิวเมติกส์ ไม่ว่าจะเป็น กระบอกนิวเมติกส์ วาล์วนิวเมติกส์ และปั๊มลมนิวเมติกส์ Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบนิวเมติกส์มายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ และรับผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ตามสั่ง สามารถสั่งทำกระบอกลมนิวเมติกส์ที่มีคุณภาพกับทางเราได้

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

Email : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
การใช้งานชุดกรองลมในขั้นตอนการเตรียมลมอัดนิวเมติกส์

การใช้งานชุดกรองลมในขั้นตอนการเตรียมลมอัดนิวเมติกส์

การใช้งานชุดกรองลมในขั้นตอนการเตรียมลมอัดนิวเมติกส์ ลมอัดที่มีความสะอาดและบริสุทธิ์สูงนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยปกป้องให้อุปกรณ์นิวเมติกส์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็กระบอกนิวเมติกส์ ปั๊มลมหรืออื่น ๆ ในระบบของเรามีการทำงานที่ดี ประสิทธิภาพที่สูง ตลอดจนมีอายุการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าระบบนิวเมติกส์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน ต่างก็เน้นให้ลมอัดที่จ่ายให้กับระบบของตนเองนั้น มีคุณภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อีกทั้งลมอัดดังกล่าวจะต้องมีการไหลที่เพียงพอต่อความต้องการของระบบด้วย

ในขั้นตอนเริ่มแรกนั้นลมอัดจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ มีอุปกรณ์ที่จะช่วยทำหน้าที่ตรงนี้ให้กับเรา นั่นก็คือคอมเพรสเซอร์ เมื่อคอมเพรสเซอร์ได้ผลิตลมอัดแล้ว ก็จะนำลมที่ผลิตได้ไปเก็บไว้ในถังเก็บลม ที่อยู่ภายในคอมเพรสเซอร์อีกครั้งหนึ่ง

ที่นี้ก่อนที่เราจะนำลมอัดที่อยู่ในคอมเพรสเซอร์ไปใช้งานนั้น เราจำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมอากาศหรือลมอัดให้มีคุณภาพก่อน เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่าลมอัดที่จะส่งไปให้อุปกรณ์อื่น ๆ นั้นมันมีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอ และไม่ส่งผลเสียต่ออุปกรณ์เหล่านั้นในระยะยาว

ขั้นตอนการเตรียมลมอัดที่ดี ควรจะเป็นอย่างไร?

ในขั้นตอนการเตรียมลมอัดที่ดี จะต้องสามารถผลิตลมอัดได้อย่างต่อเนื่อง รักษาแรงดันลมอัดได้คงที่ ตลอดจนสามารถทำให้ลมอัดมีคุณภาพ เหมาะสมกับการนำไปใช้งานในระบบนิวเมติกส์ อีกทั้งจะต้องสามารถผลิตลมอัดได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของระบบด้วย

ซึ่งไม่ว่าจะมีการใช้งานลมอัดมากขึ้นหรือน้อยลง หรือมีการสูญเสียแรงดันระหว่างทาง ในขั้นตอนการเตรียมลมอัดจะต้องสามารถรองรับกับปัญหานี้ได้ด้วย

  1. หากโหลดมีการใช้งานลมอัดมากขึ้น ขั้นตอนการเตรียมลมอัดจะต้องสามารถผลิตลมอัดที่มีคุณภาพให้เพียงพอต่อการใช้งานของโหลด
  2. หากมีการรั่วไหลของลมอัดระหว่างทาง ระบบจะต้องแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบว่ามีการรั่วไหลบริเวณใด หรือจะต้องสั่งงานให้ระบบเตรียมลมอัดทำการผลิตลมอัดให้มากขึ้น/น้อยลง/หยุดทำงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบ เพื่อให้ระบบมีความปลอดภัยที่เกิดจากข้อผิดพลาดดังกล่าว

นอกจากนี้ ขั้นตอนการเตรียมลมอัดจะต้องสามารถผลิตลมอัดได้มากกว่าแรงดันที่ระบบต้องการ 10-20% โดยแรงดันที่เกินมานี้จะต้องไม่เกินแรงดันสูงสุดที่ระบบสามารถรับได้

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบนิวเมติกส์ ไม่ว่าจะเป็น กระบอกนิวเมติกส์ วาล์วนิวเมติกส์ และปั๊มลมนิวเมติกส์ Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบนิวเมติกส์มายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ และรับผลิตกระบอกลมนิวเมติกส์ตามสั่ง สามารถสั่งทำกระบอกลมนิวเมติกส์ที่มีคุณภาพกับทางเราได้

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

Email : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
ขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามกฎหมาย

ขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามกฎหมาย

3 ข้อควรรู้ ก่อนติดตั้งโซล่ารูฟท็อป (1)
3 ข้อควรรู้ ก่อนติดตั้งโซล่ารูฟท็อป (1)

ขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามกฎหมาย หลายคนพอจะได้ทราบกันไปแล้วว่าโซลาร์รูฟท็อปดียังไง และมีอยู่ด้วยกันกี่แบบ แต่การจะติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเองได้ทันที เพราะจะต้องมีกระบวนการขออนุญาตหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งการขออนุญาตติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปนั้นจะแบ่งการขออนุญาตออกเป็น 2 แบบคือ

1. การขออนุญาตเพื่อขอขายไฟคืนตามโครงการไฟฟ้าภาคประชาชน (ต้องติดตั้งขนาดที่มีกำลังการผลิตไม่เกิน 10 กิโลวัตต์) และต้องเป็นบ้านพักอาศัยเท่านั้น (ประเภท1)

2. การขอขนานไฟเพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเสรี โดยติดตั้งที่มีกำลังการผลิตได้ทุกขนาดไม่จำกัด

โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งการขายไฟคืน หรือการติดตั้งเพื่อใช้ภายในบ้านหรือสำนักงาน จะต้องติดต่อกับหน่วยงานของรัฐทั้ง 3 หน่วยงานดังนี้ค่ะ

1. กกพ.(สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน) เพื่อแจ้งขอเป็นผู้ประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นและขอรับใบอนุญาตทำการผลิตพลังงานควบคุม

2. องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือสำนักงานเขตที่อาคารที่จะติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตั้งอยู่เพื่อขอรับใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร (อ.1)

3. กฟน. (การไฟฟ้านครหลวง) หรือ กฟภ. (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ในเขตพื้นที่เพื่อให้ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ติดตั้ง

ขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามกฎหมาย

ขั้นตอนการยื่นขอติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

1. ยื่นเอกสารต่อ กกพ. เพื่อแสดงความจำนงในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปหลังจากนั้นจะได้ใบอนุญาตให้ผู้ยื่นขอสามารถทำการผลิตพลังงานควบคุมได้

2. เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์มีน้ำหนักถึง 22 กิโลกรัม การนำแผงโซลาร์เซลล์จำนวนหลาย ๆ แผงไปวางบนหลังคา จะต้องมีการตรวจสอบโครงสร้างหลังคาว่ารับน้ำหนักได้หรือไม่ ผู้ติดตั้งจึงต้องยื่นแบบขอต่อเติมอาคารกับสำนักงานเขต หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น แล้วก็จะได้ใบอนุญาตมา 1 ใบ (แต่ในกรณีที่พื้นที่ติดตั้ง มีขนาดไม่เกิน 160 ตรม. และมีน้ำหนักรวมของแผงเซลล์แสงอาทิตย์และโครงสร้างรับรองแผงไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อ ตรม. ไม่ต้องขอใบอนุญาต อ.1 แต่จะต้องขอแจ้งเจ้าหน้าที่พนักงานท้องถิ่นทราบว่าการออกแบบและการคำนวณได้มีวิศวกรโยธาเซ็น๖รับรอง )

3. นำเอกสารทั้ง 2 ส่วนมายื่นต่อการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือ การไฟฟ้าฯส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งการไฟฟ้าฯจะนำมิเตอร์ไฟฟ้ามาเปลี่ยนให้ใหม่ เป็นมิเตอร์แบบป้องกันไฟฟ้าย้อนกลับ และหากจะขายไฟฟ้าคืน มิเตอร์ก็จะเป็นอีกประเภทหนึ่งที่สามารถปล่อยไฟฟ้ากลับคืนสายส่งของภาครัฐได้ โดยขั้นตอนทั้งหมดเป็นไปตามเงื่อนไข ของผู้จำหน่ายในแต่ละผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ค่ะ

หากคุณสนใจระบบโซล่าเซลล์ Thai-A เราเป็นผู้นำด้านบริการ และจัดจำหน่าย อุปกรณ์ระบบโซล่าเซลล์ครบวงจร เช่น แผงโซล่าเซลล์ แผงโซล่าเซลล์ 325 วัตต์ ปั๊มโซล่าเซลล์ ปั๊มหอยโข่งโซล่าเซลล์ ปั๊มน้ำซับเมอร์ส พร้อมทั้งติดตั้งระบบโซล่าฟาร์ม  โซลาร์รูฟท็อปราคาจับต้องได้ เรามีประสบการณ์ยาวนาน เจ้าแรกที่ติดตั้งในไทย มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาตรฐาน มอก.พร้อมรับประกันงานติดตั้ง 1 ปี

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More