ปั๊มไฮดรอลิกเสียงดัง เกิดจากอะไร

ปั๊มไฮดรอลิกเสียงดัง เกิดจากอะไร ?

ปั๊มไฮดรอลิกเสียงดัง เกิดจากอะไร ? เป็นระบบส่งถ่ายพลังงานของของไหล เป็นตัวขับเคลื่อนการทำงานในรูปของ อัตราการไหล และความดัน เปลี่ยนเป็นพลังงานกล โดยผ่านตัวกระทำ เช่น กระบอกสูบ มอเตอร์ไฮดรอลิก ในอุตสาหกรรม และงานก่อสร้างต่าง ๆ แต่หากใช้ไปสักพักและเกิดอาการของปั๊มไฮดรอลิกมีเสียง มาลองเช็คกันดูค่ะ

สาเหตุหลักที่ทำให้ปั๊มไฮดรอลิกมีเสียงดัง แบ่งออกได้เป็น 2 สาเหตุหลัก ๆ คือ

สาเหตุที่เกิดจากอุปกรณ์ไฮดรอลิก

  • กรองขาดูด หรือท่อทางด้านดูด และไส้กรอง เกิดการอุดตัน เนื่องจากมีสิ่งสกปรก หรือสารแขวนลอยมาก
  • มีอากาศรั่ว เข้าทางด้านดูดของปั๊มไฮดรอลิก มีอากาศรั่วเข้าบริเวณข้อต่อ และช่องว่างระหว่าง เพลาปั๊มกับซีล
  • ยอยด์ต่อไม่ได้ศูนย์กลาง
  • รอบหมุนของปั๊ม สูงเกินไป
  • กรองด้านขาดูด มีขนาดไม่เหมาะสม

สาเหตุที่เกิดจากสารหล่อลื่น

  • มีความหนืดของน้ำมัน ที่สูงหรือต่ำเกินไป ไม่ตรงกับคำแนะนำในคู่มือการใช้งาน
  • ระดับน้ำมัน สูงหรือต่ำเกินไป ไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติตามที่กำหนดในคู่มือของเครื่องจักร
  • อุณหภูมิของน้ำมัน สูงจนผิดปกติ
  • มีน้ำรั่ว เข้าไปในระบบผสมกับน้ำมัน ทำให้น้ำมันเสื่อมคุณภาพ
  • เกิดฟองอากาศ ในน้ำมัน ถ้าเกิดฟองอากาศมาก จะส่งผลให้ ความดันในระบบไม่คงที่

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิก ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกตามสั่ง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
การทำงานของเครื่องขุดร่องลึกไฮดรอลิก

การทำงานของไฮดรอลิกในเครื่องขุดร่องลึก ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

การทำงานของไฮดรอลิกในเครื่องขุดร่องลึก ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง Trencher เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ขุดสนาม เนื่องจากสามารถเจาะพื้นและทำลายหินและดิน เพื่อให้เกิดร่องลึกในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งความลึกของร่องนั้นก็จะแตกต่างกันไปตามรุ่นของเครื่องขุด ตั้งแต่รุ่นเล็กๆ ที่ใช้ขุดสนามเพลาะในสวน ไปจนถึงรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการขุดร่องลึกในอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถขุดรูขนาดใหญ่ได้ นิยมใช้สำหรับงานวางท่อ วางสายเคเบิล หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการระบายน้ำ เป็นต้น

การทำงานของไฮดรอลิกในเครื่องขุดร่องลึก ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง
ขอบคุณรูปภาพจาก iStockphoto

เครื่องขุดร่องลึกมีด้วยกันหลายประเภท ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น เครื่องขุดร่องลึกแบบโซ่ ซึ่งใช้ในการขุดพื้นแข็ง เครื่องขุดร่องลึกแบบมีล้อ เพื่อสร้างร่องลึกสำหรับถนนและทางเท้า เครื่องขุดขนาดเล็ก ใช้เพื่อสร้างร่องลึกแคบในเขตเมือง และเครื่องขุดร่องลึกแบบพกพา เพื่อติดตั้งขอบแนวชลประทาน

สมัยก่อน การขุดร่องลึกเป็นหนึ่งในงานที่ซับซ้อนและอันตรายที่สุด แต่เมื่อมีการพัฒนาของเครื่องขุดร่องลึก หรือ Trencher กระบวนการก่อสร้างจึงทำได้เร็วและง่ายขึ้นมาก ซึ่ง Trencher นี้ช่วยลดความเสี่ยงของไซต์งาน ลดต้นทุน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง และความแม่นยำ ซึ่งเป็นข้อดีของเครื่องขุดร่องลึก โดยเครื่องขุดนี้สามารถขุดดินด้วยการเคลื่อนไหลอย่างต่อเนื่อง ความกว้างและความลึกรูที่ต้องการขุดสามารถปรับขนาดได้ตามอุปกรณ์ยึดร่องสลักที่เลือก ซึ่งในบทความนี้แอดมินจะมาอธิบายถึงหลักการทำงานพื้นฐานของเครื่องขุดร่องลึกโซ่ ซึ่งมีการนำเอาระบบไฮดรอลิกมาใช้ในเครื่องจักรกลนี้ด้วย

ส่วนประกอบหลักของเครื่องขุดร่องลึกโซ่นี้ คือโซ่ขุด (digging chain), บูมขุด (digging boom), สว่าน (auger with slinger), บูมครัมเปอร์ (crumber boom), ชูครัมเปอร์ (crumber shoe), สลักล็อค (side shift locking pin), มอเตอร์ไฮดรอลิก, ตัวปรับความตึงของโซ่ (chain tension adjustment) ฯลฯ การออกแบบเครื่องขุดร่องลึกโซ่ได้รวมดอกสว่านเพื่อป้องกันไม่ให้ดินที่ขุดกลับเข้าไปในร่องลึก ดินนี้จะถูกยกขึ้นโดยใช้สายพานลำเลียงเพื่อขนส่งไปยังรถพ่วง ในขณะที่ชุดไฮดรอลิกของเครื่องขุด จะประกอบด้วยท่ออ่อน ข้อต่อ และข้อต่อสำหรับถ่ายโอนของเหลวที่มีแรงดันไปยังส่วนประกอบไฮดรอลิกต่าง ๆ

การทำงานของไฮดรอลิก ในเครื่องขุดร่องลึก

ที่จริงแล้วเครื่องขุดร่องลึกที่พ่วงมากับเครื่องจักรก่อสร้าง จะมีระบบไฮดรอลิกเสริมสำหรับเปิดเครื่องขุดร่องลึก การเอียง การยก หรือการลดระดับของร่องลึกทั้งหมดทำได้โดยใช้กลไกไฮดรอลิกที่อยู่ในเครื่องจักรก่อสร้าง ส่วนการสตาร์ทและการหยุดของเครื่องขุดร่องลึกจะถูกควบคุมโดยไฮดรอลิกเสริม นอกจากนี้ระบบควบคุมไฮดรอลิกเสริมยังควบคุมความเร็วของเครื่องขุดร่องลึก โดยปรับการไหลของของไหลผ่านวงจรไฮดรอลิกอีกด้วย

บทสรุป

Trencher เป็นเครื่องขุดร่องลึก มีตั้งแต่ขนาดเล็กที่ใช้ในสวน ไปจนถึงขนาดอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง นิยมใช้ในการวางท่อ การวางสายเคเบิล เป็นต้น ในบทความนี้แอดมินพูดถึงเครื่องขุดร่องลึกแบบโซ่ ซึ่งพ่วงมากับเครื่องจักรกลหนักในการก่อสร้าง โดยเครื่องจักรกลหนักที่เป็นตัวหลักนี้จะใช้ระบบไฮดอรลิกหลัก เพื่อควบคุมการลาดเอียง การยก หรือการลดระดับของเครื่องขุดร่องลึก แต่การสตาร์ทหรือดับเครื่องขุดหรือควบคุมความเร็วของเครื่องขุดจะถูกควบคุมด้วยไฮดรอลิกเสริม

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิก ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
วิธีการเลือกกระบอกสูบไฮดรอลิกสำหรับงานยก

วิธีการเลือกกระบอกสูบไฮดรอลิกสำหรับงานยก

วิธีการเลือกกระบอกสูบไฮดรอลิกสำหรับงานยก การเลือกหาขนาดกระบอกสูบไฮดรอลิกให้เหมาะสมกับงานยกแต่ละประเภทเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการยกของของชิ้นเล็ก ๆ ไปจนถึงการยกของหนัก หากเลือกกระบอกสูบที่เล็กเกินไป คุณจะไม่สามารถยกของนั้นได้และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานได้ อย่างน้อยที่สุดคุณอาจจะต้องกลับไปที่ร้านเพื่อซื้อกระบอกสูบไฮดรอลิกที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นการเลือกกระบอกสูบไฮดรอลิกจึงไม่ควรเป็นเกมการเดา และเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เราจึงควรคิดหาความจุโหลดของกระบอกสูบไฮดรอลิกก่อนที่จะเริ่มงาน การคำนวณอย่างง่ายจะช่วยให้มั่นใจได้ว่ากระบอกสูบไฮดรอลิกของคุณจะสามารถรับมือกับงานที่คุณต้องการจะยกได้ ซึ่งในบทความนี้แอดมินจะมาบอกถึงวิธีการคำนวณขนาดของกระบอกสูบไฮดรอลิกให้เหมาะกับงานยกของผู้อ่านกันค่ะ

สารบัญ
  • วิธีคิดหาขนาดของกระบอกสูบไฮดรอลิก   
  • ขั้นตอนที่ 1: ประเมินน้ำหนักสิ่งของที่คุณจะยก
  • ขั้นตอนที่ 2: หาค่าแรงดันไฮดรอลิก
  • ขั้นตอนที่ 3: หาจำนวนจุดยึด
  • ขั้นตอนที่ 4: คำนึงถึงปัจจัยด้านความปลอดภัยเสมอ

วิธีคิดหาขนาดของกระบอกสูบไฮดรอลิก          

#ขั้นตอนที่ 1: ประเมินน้ำหนักสิ่งของที่คุณจะยก

คุณจำเป็นต้องรู้ถึงน้ำหนักโดยประมาณของสิ่งของที่คุณต้องการจะยก และถ้าสามารถรู้น้ำหนักได้แม่นยำมากเท่าไหร่ ยิ่งดีมากเท่านั้น แต่ถ้าคุณไม่สามารถรู้แน่ชัดได้ และต้องประเมินน้ำหนักคร่าว ๆ แอดมินแนะนำให้คุณตั้งค่าน้ำหนักที่บวกเพิ่มขึ้นไปอีก คิดซะว่าเกินดีกว่าขาดค่ะ เพราะคุณคงไม่อยากให้การยกล้มเหลวแน่นอน ฉะนั้นการพิจารณาว่าของที่ต้องการจะยกมีน้ำหนักเท่าไหร่ จึงมีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกใช้กระบอกสูบไฮดรอลิก

#ขั้นตอนที่ 2: รู้ค่าแรงดันไฮดรอลิก

แรงดันไฮดรอลิกจากปั๊มไฮดรอลิกของคุณต้องมีเพียงพอ เพื่อให้มีแรงดันที่เพียงพอต่อการทำงานของกระบอกสูบไฮดรอลิกและสามารถยกน้ำหนักที่ต้องการได้ ขนาดของกระบอกสูบจะเปล่าประโยชน์ไปเลย หากคุณไม่สามารถจ่ายแรงดันที่เพียงพอได้

#ขั้นตอนที่ 3: หาจำนวนจุดยึด

ลิฟต์บางตัวเป็นลิฟต์แบบจุดเดียวธรรมดา แต่บางครั้งอาจไม่สามารถปรับสมดุลน้ำหนักบรรทุกด้วยจุดเดียวได้ ดังนั้นจึงต้องใช้สองจุดขึ้นไป เมื่อคุณทราบจำนวนจุดยึดและน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดที่คุณจะยก คุณสามารถคำนวณหาขนาดกระบอกสูบที่ต้องการได้ โดยการหารน้ำหนักที่ต้องการยกทั้งหมดด้วยจำนวนจุด ตัวอย่างเช่น การบรรทุกน้ำหนัก 100 ตันที่มีจุดยึดหนึ่งจุดจะต้องใช้กระบอกสูบไฮดรอลิกอย่างน้อย 100 ตัน ในขณะที่การบรรทุกแบบเดียวกันที่มีจุดยึด สี่จุดนั้นจะต้องใช้กระบอกสูบไฮดรอลิกขนาด 25 ตัน จำนวน 4 กระบอก

#ขั้นตอนที่ 4: คำนึงถึงปัจจัยด้านความปลอดภัยเสมอ

คุณคงไม่อยากให้กระบอกสูบไฮดรอลิกทำงานเกินขีดจำกัดความจุของกระบอกสูบไฮดรอลิกอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ อย่างน้อยที่สุด คุณควรใช้กระบอกสูบที่มีความจุ 125% ของความจุที่ต้องการ และถ้าเป็นไปได้ คุณควรมีกระบอกสูบ ที่สามารถรับน้ำหนักได้ 1.5 เท่าถึง 2 เท่าของน้ำหนักที่คุณต้องการยก

บทสรุป

การประเมินค่าโดยประมาณของงานที่เราต้องการจะยก ค่าแรงดันของปั๊มไฮดรอลิกที่คุณมีอยู่ในขณะนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อหาค่าขนาดกระบอกสูบไฮดรอลิก และการเลือกขนาดกระบอกสูบไฮดรอลิกให้เหมาะสมกับงานที่เราต้องการจะยกนั้นเป็นสิ่งที่เราจะต้องคำนึง มิฉะนั้นอาจเกิดความเสียหายไม่มากก็น้อยตามมาได้นั่นเองค่ะ ซึ่งเราสามารถหาค่าขนาดกระบอกสูบอย่างง่าย ๆ ตาม 4 ขั้นตอนที่กล่าวมา หรือคุณสามารถสอบถามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระบอกสูบไฮดรอลิกก่อนซื้อได้ค่ะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิก ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More

เกร็ดความรู้พื้นฐานของ Actuator กระบอกสูบไฮดรอลิก

เกร็ดความรู้พื้นฐานของ Actuator กระบอกสูบไฮดรอลิก อย่างที่ผู้อ่านทราบกันดีว่า Actuator คือส่วนประกอบกระบอกสูบไฮดรอลิกที่แปลงพลังงานของไหลให้เป็นการเคลื่อนไหวในเครื่องจักรกล ซึ่ง Actuator มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนย้ายและควบคุมกลไกหรือระบบการทำงาน

โดยทั่วไป เราสามารถจัดประเภทของ Actuator ได้เป็นสามประเภท: Actuator ไฮดรอลิก Actuator นิวเมติกส์ และ Actuator ไฟฟ้า การจัดหมวดหมู่นี้ขึ้นอยู่กับชนิดของพลังงานที่แปลงเป็นการเคลื่อนที่เชิงกล ใน Actuator ไฮดรอลิกจะใช้ของไหลไฮดรอลิกที่มีแรงดันหรือน้ำมันไฮดรอลิก ส่วนในตัวกระตุ้นแบบนิวเมติกส์จะใช้ลมอัด และใน Actuator ไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้าจะถูกแปลงเป็นการเคลื่อนที่ ตัวอย่างทั่วไปของ Actuator ทั้งสามหมวดหมู่คือ กระบอกสูบไฮดรอลิก แจ็คสกรู Stepper motor และมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นต้น

เกร็ดความรู้พื้นฐานของ ACTUATOR กระบอกสูบไฮดรอลิก

ซึ่งในบทความนี้แอดมินจะมาอธิบายเกี่ยวกับ Actuator กระบอกสูบไฮดรอลิก และความแตกต่างระหว่าง Actuator กระบอกสูบไฮดรอลิก กับ Actuator กระบอกลมนิวเมติกส์กันค่ะ

สารบัญ

Actuator กระบอกสูบไฮดรอลิก

Actuator กระบอกสูบไฮดรอลิก เป็นหมวดหมู่ยอดนิยมที่มีการใช้งานในงานหนัก ๆ และเหมาะสำหรับการก่อสร้างทางทะเล การก่อสร้างนอกชายฝั่ง การขนส่ง และอุตสาหกรรมการทหาร ใน Actuator กระบอกสูบไฮดรอลิก น้ำมันไฮดรอลิก ที่จะถูกใช้และถูกเพิ่มแรงดันสูงสุดเพื่อแปลงพลังงานไฮดรอลิก เป็นแรงทางกลที่มีประสิทธิภาพ ตัว Actuator นี้สามารถสร้างแรงขนาดใหญ่ และ Output ของมันจะเป็นแบบเชิงเส้น แบบหมุน หรือแบบออสซิลเลเตอร์ (oscillatory)

หากพิจารณาถึงข้อเสียของตัว Actuator กระบอกสูบไฮดรอลิก ความกังวลหลักคือการรั่วไหลของน้ำมันไฮดรอลิก ทำให้พื้นที่ทำงานสกปรกและส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ทำงานได้ ส่วนข้อกังวลอื่น ๆ คือการลงทุนเริ่มต้นและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ค่อนข้างสูงค่ะ

ความแตกต่างระหว่าง Actuator กระบอกสูบไฮดรอลิก Vs Actuator กระบอกลมนิวเมติกส์

การทำงานพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับตัวActuator ทั้งแบบไฮดรอลิกและนิวเมติกส์มีความคล้ายคลึงกัน และในบางกรณีก็สามารถใช้แทนกันได้ แต่ถ้าให้พิจารณาถึงความแตกต่างระหว่างตัว Actuator ทั้งสองประเภทนี้ สิ่งสำคัญคือตัวกลางที่ใช้ในการแปลงพลังงานค่ะ น้ำมันไฮดรอลิกเป็นตัวกลางที่ใช้ใน Actuator กระบอกสูบไฮดรอลิก และ Actuator นิวเมติกส์ ลมอัดจะถูกใช้เพื่อแปลงเป็นการเคลื่อนที่เชิงกลค่ะ

ส่วนความแตกต่างที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่

  • ตัวกระตุ้น (Actuator) แบบนิวเมติกส์มีประสิทธิภาพน้อยกว่าระบบไฮดรอลิก
  • Actuator กระบอกสูบไฮดรอลิก สามารถผลิตแรงได้มากกว่านิวเมติกส์ ถึง 25 เท่า
  • สำหรับการใช้งานที่ต้องการแรงดันและความเร็วต่ำกว่า แอดมินแนะนำให้ใช้ตัวกระตุ้นแบบนิวเมติกส์
  • ตัวกระตุ้นแบบนิวเมติกส์สามารถตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยทางกลได้อย่างง่ายดาย
  • ตัวกระตุ้นแบบไฮดรอลิกเหมาะสำหรับงานที่มีกำลังสูง ในขณะที่ตัวกระตุ้นแบบนิวเมติกส์สามารถใช้กับงานที่มีอุณหภูมิสูงได้
  • Actuator ไฮดรอลิกมีความสามารถในการรักษาแรงและแรงบิดให้คงที่ได้ดีกว่า
  • Actuator ไฮดรอลิกให้การเคลื่อนที่เชิงเส้นที่แม่นยำเมื่อเปรียบเทียบกับนิวเมติกส์
  • ตัวกระตุ้นแบบนิวเมติกส์นั้นคุ้มค่าและต้องการการบำรุงรักษาต่ำกว่า
  • หากมีการทำงานซ้ำ ๆ แอดมินแนะนำให้ใช้ตัวกระตุ้นแบบนิวเมติกส์
  • ตัวกระตุ้นแบบนิวเมติกส์สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่าเมื่อเทียบกับตัวกระตุ้นแบบไฮดรอลิก
  • ตัวกระตุ้นแบบนิวเมติกส์เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายมากกว่า
เกร็ดความรู้พื้นฐานของ ACTUATOR กระบอกสูบไฮดรอลิก

บทสรุป

Actuator คือส่วนประกอบกระบอกสูบไฮดรอลิกที่แปลงน้ำมันไฮดรอลิกให้เป็นการเคลื่อนไหวในเครื่องจักรกล ซึ่ง Actuator มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนย้ายและควบคุมกลไกหรือระบบการทำงาน โดยส่วนมากจะนิยมใช้ Actuator ไฮดรอลิกที่ต้องใช้แรงมากหรือเครื่องจักรกลที่มีขนาดใหญ่และหนัก แต่ข้อเสียของ Actuator ไฮดรอลิก คือการรั่วไหลของน้ำมันไฮดรอลิก รวมไปถึงต้นทุนและค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่า ตัว Actuator นิวเมติกส์มาก

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับเกร็ดความรู้พื้นฐานของ Actuator กระบอกสูบไฮดรอลิก หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะสามารถนำความรู้ในบทความนี้ไปใช้ประโยชน์และต่อยอดได้นะคะ และบทความหน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร อย่าลืมติดตามตอนต่อไปกันนะคะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิก ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
ระบบไฮดรอลิกใช้กับการควบคุมอะไรบ้าง

ระบบไฮดรอลิกใช้กับการควบคุมอะไรบ้าง ?

ระบบไฮดรอลิกใช้กับการควบคุมอะไรบ้าง ? คุณสมบัติที่ดีของระบบไฮดรอลิกคือ ให้แรงในการทำงานมากเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักของปั๊มกระบอก หรือมอเตอร์ไฮดรอลิกมีความนิ่มนวลขณะทำงาน ถึงแม้กระบอกหรือมอเตอร์ไฮดรอลิกจะรับภาระที่มีน้ำหนักมาก ดังนั้นระบบไฮดรอลิกจึงนิยมนำมาใช้เป็นระบบควบคุมและส่งถ่ายกับตัวเครื่องจักรต่างๆ ซึ่งเครื่องจักรที่ระบบไฮดรอลิกที่ใช้ควบคุมการทำงานและส่งถ่ายกำลังสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. เครื่องจักรที่เคลื่อนที่ (Mobile Machines)

คือ เครื่องจักรที่มีระบบควบคุมเป็นไฮดรอลิก  เช่น รถขุด รถตัก รถคีบไม้-อ้อย รถยนต์ รถบรรทุก รถทำงานเทศบาล รถยกของ เครื่องบิน เรือ เป็นต้น

ระบบไฮดรอลิกใช้กับการควบคุมอะไรบ้าง ?
รถคีบไม้ MAX
ระบบไฮดรอลิกใช้กับการควบคุมอะไรบ้าง ?
รถคีบอ้อย MAX
ระบบไฮดรอลิกใช้กับการควบคุมอะไรบ้าง ?
ขอขอบคุณภาพ Caterpillar

2. เครื่องจักรที่ติดตั้งอยู่กับที่ (Base Machines)

เป็นเครื่องจักรที่มีระบบควบคุมแบบไฮดรอลิก มักจะอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ติดตั้งอยู่กับที่เพื่อใช้งาน ไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายบ่อยๆ โดยเครื่องจักรดังกล่าวจะมีการใช้งานการควบคุมจากตัวกระบอกสูบไฮดรอลิก เช่น

         2.1    นำกระบอกสูบไฮดรอลิกไปใช้ในเครื่องเพรสไฮดรอลิก (Hydraulic Press) กดชิ้นงานให้ได้รูปร่างต่างๆ

                   ตามต้องการ

         2.2   นำกระบอกสูบไฮดรอลิกมาใช้ปรับระดับการเติมวัตถุดิบในการผลิต

         2.3    นำกระบอกสูบไฮดรอลิกมาใช้กับการควบคุมการทำงานในเครื่องฉีดพลาสติก

              (Mould Injection Machine ) เช่น

กระบอกไฮดรอลิก

2.4   นำกระบอกสูบไฮดรอลิคมาใช้กับเครื่องมือกล (Machine Tools) เช่น

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับความรู้เรื่องระบบไฮดรอลิกกับการควบคุม หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะสามารถนำความรู้ในบทความนี้ไปใช้ประโยชน์และต่อยอดได้นะคะ และบทความหน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร อย่าลืมติดตามตอนต่อไปกันนะคะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกและเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

บทความที่เกี่ยวข้อง :

Read More
ผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกกับ THAI-A ดีกว่ายังไง ?

ผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกกับ Thai-A ดีกว่ายังไง ?

ผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกกับ Thai-A ดีกว่ายังไง ? แอดมินเชื่อว่าในโรงงานอุตสาหกรรมทุกรูปแบบนั้นต่างก็รู้จักกระบอกสูบไฮดรอลิกและมีการนำมาประยุกต์ใช้ในงานอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างกว้างขวาง เพื่อทดแทนการใช้แรงงานจากคนและเพื่อการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น

ทำไมต้องเลือกโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกของ Thai-A

โรงงานผลิตอุปกรณ์และเครื่องจักร Thai-A สร้างขึ้นเพื่อให้บริการและจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับระบบไฮดรอลิกที่ใช้ในอุตสาหกรรมและเครื่องจักรต่างๆ อย่างเช่น เครื่อง Press เครื่องจักรที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป รับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก กระบอกสูบไฮดรอลิก OEM ผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกตามสั่งได้อย่างรวดเร็ว ด้วยชุดประกอบกระบอกสูบไฮดรอลิกนำเข้าจากต่างประเทศ คุณภาพดีได้มาตรฐานสากล

ผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกกับ THAI-A ดีกว่ายังไง ?

ผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกกับ Thai-A ดีอย่างไร ?

เราเลือกใช้ชุดประกอบคุณภาพดีเยี่ยมนำเข้าจากต่างประเทศ

พร้อมให้คำปรึกษาด้านกระบอกสูบไฮดรอลิกโดยวิศวกรประสบการณ์กว่า 50 ปี

ออกแบบและผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกโดยช่างผู้ชำนาญการ

บริการหลังการขาย และการอบรมผลิตภัณฑ์ การให้คำปรึกษาและแนะนำด้วยทีมงานคุณภาพ

มีระบบตรวจสอบคุณภาพ และประสิทธิภาพสินค้าทุกชิ้นก่อนส่ง

บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ และการจัดการสิ่งแวดล้อม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และมาตรฐาน IEC

หมวดอุปกรณ์ไฮดรอลิก ประกอบไปด้วย

  • ปั้มไฮดรอลิค (HYDRAULIC PUMPS)
  • มอเตอร์ไฮดรอลิค
  • วาล์วควบคุมทิศทาง (DIRECTIONAL CONTROL VALVES)
  • วาล์วควบคุมอัตราการไหล (FLOW CONTROLS)
  • วาล์วควบคุมทิศทางด้วยมือ (MANUALLY OPERATED DIRECTIONAL VALVES)
  • วาล์วแบบซ้อน (MODULAR VALVES)
  • กระบอกไฮดรอลิก (HYDRAULIC CYLINDERS, ACTUATORS)
  • อุปกรณ์ไฮดรอลิกอื่นๆ (HYDRAULIC ACCESSORIES)
  • วาล์วควบคุมความดัน (PRESSURE CONTROL VALVE)

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิก  ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก  มอเตอร์ไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก เรารับผลิตกระบอกไฮดรอลิก ผลิตกระบอกไฮดรอลิกตามสั่ง เพราะ Thai-A ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกมายาวนานกว่า 50 ปี  และเรามีทีมงานที่มากประสบการณ์คอยให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิกอีกด้วย

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
เคล็ดไม่ลับในการซ่อมแซมกระบอกไฮดรอลิก

เคล็ดไม่ลับในการซ่อมแซมกระบอกไฮดรอลิก

เคล็ดไม่ลับในการซ่อมแซมกระบอกไฮดรอลิก กระบอกสูบไฮดรอลิก เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของระบบไฮดรอลิคที่มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบ เนื่องจากกระบอกสูบไฮดรอลิก จะเป็นส่วนที่ส่งแรงที่ถูกสร้างขึ้นมาก่อนหน้านี้ไปยังส่วนประกอบต่าง ๆ ในระบบไฮดรอลิค เพื่อให้เครื่องจักร หรือเครื่องยนต์มีการทำงานและเกิดการเคลื่อนที่ได้นั่นเองค่ะ โดยส่วนมากกระบอกสูบไฮดรอลิกจะนำมาใช้เพื่อการยก หยิบ และจับ ของเครื่องจักรกลค่ะ

สารบัญ

  • 3 ขั้นตอนในการซ่อมแซมกระบอกสูบไฮดรอลิค
  • เคล็ดลับในการซ่อมแซมกระบอกสูบไฮดรอลิค
  • สรุป

ส่วนประกอบขั้นพื้นฐานของระบบไฮดรอลิค ได้แก่ กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์ว และตัวกรอง เป็นต้น โดยกระบอกสูบไฮดรอลิกเป็นอุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนน้อยที่สุด จึงง่ายต่อการบำรุงรักษาและซ่อมแซม

หากผู้อ่านมีความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิคแล้วล่ะก็ คุณสามารถซ่อมแซมกระบอกสูบไฮดรอลิกได้ด้วยตัวเอง แต่ก่อนที่แอดมินจะลงลึกถึงวิธีการซ่อมแซมกระบอกสูบไฮดรอลิก แอดมินอยากจะบอกถึงสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้กระบอกสูบทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรกันก่อนค่ะ

ความเสียหายของซีลเป็นสาเหตุทั่วไปที่สร้างความเสียหายให้กับกระบอกสูบไฮดรอลิก ซึ่งความเสียหายของซีลเกิดขึ้นจากการใส่อุปกรณ์ที่ไม่ถูกต้อง การกัดกร่อน ระยะห่างของงานโลหะที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งการปนเปื้อนของของเหลวจะทำให้ก้านลูกสูบหรือพื้นผิวซีลเสียหาย การจัดตำแหน่งกระบอกสูบและน้ำหนักที่ไม่เหมาะสมจะทำให้ตลับลูกปืนก้านสูบหรือก้านลูกสูบเสียหาย และการสึกกร่อนของกระบอกสูบจากภายในทำให้เกิดการปนเปื้อนของของเหลว ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดค่ะ

3 ขั้นตอนในการซ่อมแซมกระบอกสูบไฮดรอลิก

  • ก่อนดำเนินการซ่อมทุกครั้ง ผู้อ่านต้องทำความสะอาดพื้นผิว และถอดสายยางและปลั๊กที่ติดกับพื้นผิวออกก่อน
  • เมื่อถอดชิ้นส่วนออกหมดแล้ว ให้ถ่ายของเหลวทั้งหมดที่อยู่ภายในกระบอกสูบออก
  • ซ่อมแซมกระบอกสูบไฮดรอลิก โดยเตรียมค้อนยาง ไขควง หมัด คีม ผ้าทราย และประแจ ให้พร้อม เพราะเป็นสิ่งที่คุณต้องใช้ในการซ่อมแซมค่ะ

เคล็ดลับในการซ่อมแซมกระบอกสูบไฮดรอลิก

  • เมื่อคุณถอดแยกชิ้นส่วนกระบอกสูบไฮดรอลิกเพื่อซ่อมแซมแล้ว ให้ถือโอกาสตรวจสอบส่วนประกอบอื่น ๆ ทั้งหมดอย่างละเอียดด้วย ไม่ใช่ตรวจสอบแค่ชิ้นส่วนที่ชำรุดเท่านั้น
  • อย่าลืมประกอบแถบสึกหรอของไฮดรอลิค หรือ (Wear bands) เพื่อลดการเสียดสีสัมผัสระหว่างโลหะ กับโลหะ
  • หากซีลชำรุดก่อนเวลาอันควร ให้รู้ไว้เลยว่า แกนลูกสูบมีการโค้งงอ ฉะนั้นต้องแก้ไขที่แกนลูกสูบด้วย
  • เครื่องมือโลหะจะขูดพื้นผิวของกระบอกสูบและจะสร้างปัญหาเช่นการกัดกร่อน ดังนั้นควรเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการซ่อมเสมอ
  • กระบอกสูบไฮดรอลิกขนาดใหญ่จะใช้สปริงแรงดันสูงในการทำงาน ดังนั้นหากคุณไม่มีประสบการณ์ ให้ระมัดระวังในการจัดการกับกระบอกสูบดังกล่าว
  • หากคุณต้องการเปลี่ยนซีล คุณไม่ควรวัดขนาดของซีลอันเดิมที่ใช้อยู่ เพราะขนาดของซีลจะขยายหรือบีบอัด เปลี่ยนไปตามสภาวะแวดล้อม

สรุป

หากผู้อ่านพบว่ากระบอกสูบไฮดรอลิกของคุณมีปัญหา และทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร คุณควรทำการตรวจสอบถึงสาเหตุ และวินิจฉัยหาข้อสรุปว่า ความเสียหายของกระบอกสูบนั้นเกิดขึ้นเพราะเหตุใด เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด หากไม่มั่นใจคุณควรให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนแก้ไขดีกว่าค่ะ และถ้าคุณอยากลดความเสียหายและยืดอายุการใช้งานของกระบอกสูบไฮดรอลิก แอดมินแนะนำให้ผู้อ่านปฏิบัติดูแลรักษาระบบไฮดรอลิค ตามคู่มือแนะนำ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับเคล็ดลับการซ่อมแซมกระบอกสูบไฮดรอลิก หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะสามารถนำความรู้ในบทความนี้ไปใช้ประโยชน์และต่อยอดได้นะคะ และบทความหน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร อย่าลืมติดตามตอนต่อไปกันนะคะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@taecgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More

สาเหตุและการแก้ไขเมื่อกระบอกสูบไฮดรอลิคตก

สาเหตุและการแก้ไขเมื่อกระบอกสูบไฮดรอลิคตก ระบบไฮดรอลิคเป็นระบบที่ใช้ในงานที่มีแรงโหลดหนัก และปัญหาสามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของตัวกระบอกสูบไฮดรอลิก หรือปัญหาจากอุปกรณ์อื่นๆ ภายในระบบ ฉะนั้นก่อนจะแก้ปัญหาเรามาดูกันว่าปัญหากระบอกสูบไฮดรอลิคตกนั้นเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง และมีวิธีแก้ไขเบื้องต้นอย่างไร

สาเหตุและการแก้ไขเมื่อกระบอกสูบไฮดรอลิกตก

กระบอกสูบไฮดรอลิกเมื่อใช้ไปสักระยะแล้วพบอาการของตัวกระบอกสูบไฮดรอลิกตก มักเกิดจากการรั่วซึมส่วนใดส่วนหนึ่งของน้ำมัน ขั้นตอนการตรวจเช็คควรเริ่มจากระบบท่อกลาง หากไม่มีการรั่วซึมนั้นสามารถบอกได้ว่าสาเหตุของกระบอกสูบไฮดรอลิกตกอาจเกิดปัญหาการรั่วซึมจากภายในกระบอก หรือตัวคอนโทรลวาล์วนั่นเอง แต่หากเกิดขึ้นจากภายในกระบอกสูบไฮดรอลิกสามารถเช็กดูได้จาก

  • ซีลลูกสูบเสียหาย หากเกิดซีลลูกสูบเสียหายอาจทำให้น้ำมันจากด้านหน้าลูกสูบไหลมายังด้านหลังของลูกสูบเป็นเหตุทำให้กระบอกสูบไฮดรอลิคตก
  • กระบอกสูบไฮดรอลิกมีรอยภายใน การรั่วซึมอาจเกิดจากกระบอกสูบไฮดรอลิกมีรอยภายใน เกิดได้จากลูกสูบไปสีกับกระบอกทำให้กระบอกเป็นรอยหรือการใช้ความดันมากเกินไปทำให้กระบอกบวม และทำให้น้ำมันไหลมาจากหน้าลูกสูบไปด้านหลังลูกสูบ แก้ไขได้ด้วยการถอดกระบอกสูบไฮดรอลิกแล้วสำรวจเสื้อกระบอกสูบไฮดรอลิคกมีอาการบวมหรือเป็นรอยหรือไม่ ตรวจสอบซีลกระบอก ซีลลูกสูบว่ามีรอยหรือฉีกขาดไหมและทำการเปลี่ยนหากพบปัญหา
  • แกนกระบอกสูบไฮดรอลิกงอ หากเกิดจากแกนกระบอกสูบไฮดรอลิกงอ อาจมาจากสาเหตุการเลือกแกนขนาดไม่เหมาะสม หรือใช้งานโอเวอร์โหลดทำให้แกนกระบอกรับภาระน้ำหนักมากเกินจนทำให้แกนงอ แก้ไขด้วยการหยุดใช้งานและเปลี่ยนแกนทันทีเพื่อไม่ให้ส่งผลเสียกับเสื้อกระบอกสูบไฮดรอลิก
  • น้ำมันรั่วออกตามแนวแกน สาเหตุนี้อาจมาจากตัวแกนกระบอกสูบไฮดรอลิกเป็นรอยจากการถูกกระทบวัตถุอื่น หรือการใช้งานมานานจนผิวแกนมีความบางลงไป และอีกสาเหตุจากฝาหน้าเสื่อมสภาพ ควรตรวจเช็กและทำการเปลี่ยน
  • หูกระบอกไฮดรอลิคสึก ตรวจสอบหูกระบอกว่ามีการสึกหรอหรือไม่ เพราะเมื่อมีการสึกหรออาจส่งผลกับการเคลื่อนที่ของแกนกระบอกสูบไฮดรอลิกและทำให้น้ำมันแทรกตัวออกมาได้ เนื่องจากแกนกระบอกเบียดไปข้างใดข้างนึง

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค เป็นต้น Thai-A เราคือผู้นำด้านอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิก นำเข้าสินค้าไฮดรอลิคจากผู้ผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก อุปกรณ์ไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี และเรามีทีมงานที่มากประสบการณ์คอยให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิกอีกด้วย

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการกันกระแทกกระบอกสูบไฮดรอลิก

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการกันกระแทกกระบอกสูบไฮดรอลิก

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการกันกระแทกกระบอกสูบไฮดรอลิก หนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด และพบบ่อยที่สุดในระบบไฮดรอลิค คือ กระบอกสูบไฮดรอลิก ที่ยืดออกและหดกลับด้วยแรงดันของของเหลว ทำให้สามารถยก ดึง และผลักของหนักได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

บาร์เรล (Barrel) ลูกสูบ (Piston) และก้านลูกสูบ (Piston rod) เป็นส่วนประกอบหลักของกระบอกสูบไฮดรอลิก ลูกสูบที่ติดอยู่กับก้านลูกสูบจะเคลื่อนไปมาผ่านกระบอกสูบด้วยการกระทำของการรับและการกำจัดของเหลว ระหว่างการรับของเหลว ก้านลูกสูบจะยืดออก และเมื่อของเหลวไหลออก ก้านลูกสูบจะหดกลับ การทำงานแต่ละครั้งหมายความว่าจะมีการเคลื่อนไหวของก้านลูกสูบผ่านกระบอกสูบ การทำงานอย่างต่อเนื่องภายใต้แรงดันสูงนี้ อาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของกระบอกสูบไฮดรอลิกได้ เนื่องจากการสั่นสะเทือน หรือแรงกระแทกที่เกิดจากกระบวนการที่ได้กล่าวไปข้างต้นนี้ ฉะนั้นในบทความนี้แอดมินจะบอกถึงความสำคัญของตัวกันกระแทกในกระบอกสูบไฮดรอลิก ที่สามารถลดความเสียหาย และยืดอายุให้กับกระบอกสูบได้กันค่ะ

ตัวกันกระแทก (CUSHIONING) ของกระบอกสูบไฮดรอลิกคืออะไร

การกันกระแทกกระบอกสูบไฮดรอลิกเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ลูกสูบเคลื่อนที่ช้าลงเมื่อถึงจุดสิ้นสุดของจังหวะ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กับทั้งกระบอกลมนิวเมติกส์และไฮดรอลิกเพื่อลดความเสียหายที่เกิดจากคลื่นกระแทกจากแรงดันลม

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการกันกระแทกกระบอกสูบไฮดรอลิก
ขอบคุณรูปภาพจาก WHYPS

ลูกสูบกันกระแทกส่วนมากจะติดอยู่กับแกนลูกสูบ ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์สูบจ่ายที่ชะลอความเร็วของกระบอกสูบก่อนที่จะกระทบที่ฝาท้าย การชะลอตัวนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการจำกัดการไหลของของไหลที่เกิดจากลูกสูบ ซึ่งข้อดีของการกันกระแทกกระบอกสูบไฮดรอลิก ก็คือ

  • ยืดอายุการใช้งานของกระบอกสูบ
  • ลดเสียงรบกวนที่ไม่พึงประสงค์
  • กระบวนการลดความเร็วส่วนใหญ่เป็นแบบอัตโนมัติ ปรับได้ และไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษามากนัก
  • นิยมใช้ในการเคลื่อนย้ายของหนักที่ต้องใช้ความเร็วสูง

ตัวที่กำหนดว่าเราจำเป็นต้องมีตัวกันกระแทกกระบอกสูบไฮดรอลิกหรือไม่นั้น คือค่าพลังงานจลน์ พลังงานจลน์นี้จะขึ้นอยู่กับสองพารามิเตอร์ นั่นก็คือ มวลเคลื่อนที่ (Moving mass) และความเร็ว (Speed) โดยสมการในการคำนวณพลังงานจลน์ คือ

E = ½*m*v 2

เมื่อก้านลูกสูบกระบอกสูบเข้าใกล้จุดสิ้นสุดของจังหวะการกระแทก พลังงานจลน์จะถูกแปลงเป็น

E = Fa*ΔL

โดยที่ Fa คือแรงกันกระแทกที่เกิดจากระยะยุบตัวของ ΔL นั่นเองค่ะ

โดยทั่วไปแล้ว การกันกระแทกของกระบอกสูบจะถูกใช้กับกระบอกสูบแบบ double-act ที่ใช้ในงานหนัก ๆ เช่น เครนขนถ่ายสินค้า หรือเครนเคลื่อนที่สำหรับจอดเรือ เป็นต้นค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับความรู้เรื่องการกันกระแทกกระบอกสูบไฮดรอลิก หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะสามารถนำความรู้ในบทความนี้ไปใช้ประโยชน์และต่อยอดได้นะคะ และบทความหน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร อย่าลืมติดตามตอนต่อไปกันนะคะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิค และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
โครงสร้างพื้นฐานของกระบอกสูบไฮดรอลิค

โครงสร้างพื้นฐานของกระบอกสูบไฮดรอลิค

โครงสร้างพื้นฐานของกระบอกสูบไฮดรอลิค

โครงสร้างพื้นฐานของกระบอกสูบไฮดรอลิค ในระบบไฮดรอลิคการทำงานหลักๆ ของไฮดรอลิคนั้นคือส่วนที่เรียกว่ากระบอกสูบไฮดรอลิค อุปกรณ์นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รับแรงหน่วงได้ดี โดยการทำงานของกระบอกสูบไฮดรอลิคจะอาศัยหลักการเปลี่ยนพลังงานแรงดันของน้ำมันไฮดรอลิค จะส่งถ่ายพลังงานในแนวเชิงเส้น กระบอกสูบไฮดรอลิคนั้นสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทตามทิศทางของแรงที่กระทำบนลูกสูบคือ Single Acting Cylinder และ Double Acting Cylinder

โครงสร้างพื้นฐานของกระบอกสูบไฮดรอลิค

โครงสร้างโดยทั่วไปของกระบอกสูบไฮดรอลิคมีอะไรบ้าง

Rod Hard Chrome : ก้านกระบอกสูบไฮดรอลิค

Front cover : ฝาหัว

Barrel : เสื้อกระบอกสูบไอดรอลิค

Tri rod : เสารั้งกระบอกสูบไฮดรอลิค

Back cover : ฝาท้าย

Wiper Seal : ซีลกันฝุ่น

Bushing : บูช

U-Ring Seal : ซีลกันก้านสูบ

Piston Seal : ซีลลูกสูบ

Back up ring : ซีลกันสึก

O-ring : ซีลฝา หัว-ท้าย

การทำงานของกระบอกสูบไฮดรอลิค

1. 1. กระบอกสูบทางเดียว (Single acting cylinder) กระบอกสูบไฮดรอลิคทางเดียว ทำงานโดยการรับน้ำมันจากกระบอกสูบทางด้านหัวเพียงทางเดียว เพื่อผลักดันให้ลูกสูบและก้านสูบเคลื่อนที่ไปดันชิ้นงาน โดยจะใช้แรงดันจากสปริงหรือลงด้วยโหลด เป็นตัวผลักดันให้ลูกสูบค่อยๆ เคลื่อนที่กลับอย่างช้า

2. กระบอกสูบสองทาง(Double acting cylinder) กระบอกสูบสองทาง ทำงานโดยรับน้ำมันจากกระบอกสูบได้ทั้งด้านหัวและด้านก้านสูบ โดยจะแบ่งการทำงานเป็น 2 ลักษณะคือ

  • ลูกสูบเคลื่อนที่ออกเพื่อผลักดันชิ้นงาน โดยให้น้ำมันเข้าทางด้านหัวลูกสูบและให้น้ำมันออกทางด้านก้านสูบ
  • ลูกสูบเคลื่อนที่เข้าเพื่อดึงชิ้นงานกลับเข้ามา โดยให้น้ำมันเข้าทางด้านก้านสูบและให้น้ำมันออกทางด้านหัวลูกสูบ

ระบบไฮดรอลิคจะต้องมีอุปกรณ์พื้นฐานในการทำงาน ดังนี้

1.ปั๊มไฮดรอลิค (Hydraulic Pump) = ปั๊มไฮดรอลิค ทําหน้าที่ในการเปลี่ยนพลังงานกลให้เป็นพลังงานการไหลของน้ำมัน       ไฮดรอลิคภายใต้ความดัน โดยทั่วไปต้นกําลังที่่ขับปั๊มไฮดรอลิคจะมาจากมอเตอร์ไฟฟ้า

 2.ถังพักน้ำมันไฮดรอลิค (Oil Reservoir) = ถังพักน้ำมันไฮดรอลิค ทําหน้าที่เก็บน้ำมันไฮดรอลิครวมถึงเป็นที่พักของน้ำมัน   ไฮดรอลิคที่ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ และไหลกลับมายังถังพักน้ำมันไฮดรอลิค เพื่อใช้งานการหมุนเวียน

 3.อุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพของน้ำมันไฮดรอลิค (Filter and Oil Cooler) = อุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพของน้ำมัน ได้แก่ ชุดกรองน้ำมันไฮดรอลิค มีหน้าที่กรองสิ่งสกปรกของน้ำมันไฮดรอลิคไม่ให้เข้าไปยังอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงชุดระบายความร้อนของน้ำมันไฮดรอลิค

4.วาล์วควบคุมความดัน (Pressure Control Valve) = วาล์วควบคุมความดันในระบบไฮดรอลิค มีหน้าที่ควบคุมความดันให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย กําหนดระดับความดันในการใช้งาน จัดเรียงลำดับความดันในการใช้งาน และเพื่อลดโหลดหรือภาระของปั๊ม

 5.วาล์วควบคุมทิศทาง (Directional Control Valve) = วาล์วควบคุมทิศทาง ทําหน้าที่ในการควบคุมทิศทางการไหลของน้ำมันไฮดรอลิคให้หยุดหรือไปตามทิศทางที่ต้องการ เพื่อให้วงจรหรืออุปกรณ์ทํางานต่างๆ สามารถเคลื่อนที่ในทิศทางที่ถูกต้องตามต้องการ

 6.วาล์วควบคุมการไหล (Flow Control Valve) = วาล์วควบคุมการไหล ทําหน้าที่ในการควบคุมอัตราการไหลของน้ำมันที่จะจ่ายให้กับอุปกรณ์ทํางานต่างๆ เพื่อที่จะควบคุมความเร็วได้ตามความต้องการ

7.อุปกรณ์ทำงาน (Actuator) = อุปกรณ์ทํางานในระบบไฮดรอลิค ทําหน้าที่ในการเปลี่ยนพลังงานของของไหลหรือน้ำมัน       ไฮดรอลิคให้เป็นพลังงานกล ซึ่งอยู่ในรูปของการเคลื่อนที่

8.ท่อ ข้อต่อและสายไฮดรอลิค (Tube Fitting and Hose) = ท่อ ข้อต่อและสายไฮดรอลิค ทําหน้าที่เป็นเส้นทางการไหลของน้ำมันไฮดรอลิคในระบบ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิค และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิค และรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิคตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More